บรรยากาศของเอนทรีนี้อาจจะต่างไปจากหน้าอื่นที่เคยเขียนมาสักหน่อย ไม่ได้เขียนอะไรแนวนี้มานานแล้ว



พอดีมีเรื่องเล่านิดหน่อย เรามีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง วันก่อนอยู่ดีๆก็มาบอกว่าขอเลิกยุ่งเพราะว่านิสัยเข้ากันไม่ได้ เขาไม่ชอบที่เราพูดจาไม่ดี บางทีก็ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ่อยครั้ง และเขาก็เลยเข้าใจผิดว่าเราเป็นคนเลวร้ายมากด้วย

ชนวนเหตุเกิดจากการที่วันก่อนเราไปพูดอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจสุดๆโดยไม่รู้ตัว และดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เราก็ไม่รู้ว่าตอนไหนบ้าง และเริ่มมาจากเมื่อไหร่

แต่ไหนแต่ไรเราเป็นคนที่มีปัญหาตรงเรื่องการพูด เป็นคนที่ใช้คำพูดได้ไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าพูดจาหยาบคายอะไร แต่ว่าเป็นคนพูดตรง บางครั้งก็แรง จนบางครั้งก็ทำให้คนอื่นรู้สึกแย่โดยไม่รู้ตัว ตรงนี้ก็รู้ตัวอยู่และพยายามระวังตลอด แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคนเราแค่รู้ข้อเสียของตัวเองแล้วเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆก็คงจะไม่ลำบากแล้ว แต่ว่าโลกไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

ถึงอย่างนั้นก็มีเพื่อนที่อยู่มากมาย และเพื่อนที่สนิทรู้จักกันอย่างดีก็ค่อนข้างจะเข้าใจตรงนี้และไม่มีปัญหาอะไรกัน

เราเข้าใจว่าคนทั่วไปน่าจะเข้าใจได้แหละว่าต่อให้พูดยังไงบางทีมันก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญจริงๆคือคิดอะไรอยู่ คิดดีทำดีหรือเปล่า ซึ่งบางคนก็พูดหรือแสดงออกไม่ค่อยเก่ง

บางทีการที่คนเราชอบให้คนพูดดีๆด้วยก็คงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้นการตัดสินคนจากแค่คำพูดอย่างเดียวมันไม่น่าถูกต้อง บางคนพูดจาอาจจะไม่ค่อยเข้าหูใคร แต่ในใจไม่ได้คิดอะไรเลย

ในทางกลับกันก็มีบางคนที่พูดจาดูดีไปซะหมด แต่ในใจจริงๆแล้วกลับคิดแต่เรื่องแย่ๆ คอยจ้องหาผลประโยชน์ จงใจทำร้ายคนอื่น แบบนั้นก็เรียกว่าปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ต่อหน้าทำดีแต่ชอบแทงข้างหลัง

เขาอาจจะชอบคนที่พูดจาดีๆ ไม่ขัดใจ คุยด้วยแล้วไม่ลำบากใจ แต่ว่านะ เขาจะแยกออกหรือว่าใครจริงจังหรือว่าใครหลอกลวง

ในเมื่อเขาเข้าใจผิดเรื่องเราได้ แบบนั้นเขาก็อาจมองคนอื่นผิดไปได้อีกเหมือนกัน อาจมองคนไม่ดีว่าดีได้โดยไม่รู้ตัว

ที่จริงเขาเป็นคนเก่งทีเดียว ดูเหมือนจะมีชื่อเสียงพอสมควรในสังคมออนไลน์ มีเพื่อนมาก เขายังเป็นนักเรียนอยู่แต่ว่ามีผลงานเขียนหนังสือออกขายแล้ว หนังสือที่ว่าก็ไม่ใช่แนววิชาการแต่ออกแนวสอนการใช้ชีวิต

แต่น่าแปลกว่าคนเราต่อให้สอนคนอื่นได้ แต่พอเรื่องของตัวเองกลับผิดพลาดทำอะไรไม่ถูกได้ ดูเหมือนมนุษย์เป็นแบบนี้จริงๆ เรามีเพื่อนอีกคนที่เก่งมาก คอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาเพื่อนได้ แต่ตัวเองกลับเจอปัญหาชีวิตแล้วแก้ไม่ไหว

แล้วบางคนก็เก่งอยู่แต่ในโลกไซเบอร์ แต่พอชีวิตจริงกลับไม่ได้ดีอย่างนั้นเลยก็มีอยู่ไม่น้อย เวลาเขียนอะไรลงในเว็บหรือตามบอร์ดต่างๆ ผู้คนสามารถเลือกเขียนแต่สิ่งดีๆได้ โดยพยายามเลี่ยงที่จะพูดถึงสิ่งไม่ดีของตัวเอง ไม่ว่าใครก็ตาม แน่นอนเราเองก็เป็นเช่นกัน

คนเรามักแก้ไขปัญหาตัวเองไม่ได้ด้วยตัวเอง มักจะมองไม่เห็นถึงข้อเสียของตัวเองด้วยตัวเองง่ายๆนัก ดังนั้นจึงต้องการเพื่อน บางครั้งเพื่อนก็มองแล้วเข้าใจตัวเรามากกว่าตัวเราเองเสียอีกนะ

ดังนั้นเราจะไม่พูดว่าถ้าตัวเองยังมีปัญหาก็ไม่อาจไม่สอนอะไรใครได้หรอก บางครั้งนั้นก็เพราะว่าตัวเองมีปัญหานั่นแหละ จึงรู้ว่าอะไรคือปัญหาและสามารถเอาไปสอนคนอื่นได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่จากมุมมองของตัวเองก็ตามนะ



ปกติเราเวลาคบใครก็จริงใจจริงๆ ต่อให้เจออะไรที่ไม่ชอบก็จะไม่พยายามมองในแง่ไม่ดี ไม่สร้างความรู้สึกไม่ดีกับใครง่ายๆ พยายามสร้างความสัมพันธ์ดีกับคนอื่นเสมอ ต่อให้บางทีอาจมีอะไรทำให้ใครไม่พอใจบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะทำโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจ

ที่จริงมันก็มีอยู่บ้างเล็กน้อย คนที่ไม่ชอบแล้วจำเป็นต้องอยู่ด้วย แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจะไม่เพยายามข้าใกล้มาก ไม่พยายามสนิทด้วยเท่าไหร่ และถึงจะต้องเลิกคบกันสักวันก็จะไม่เสียใจอะไร

แต่สำหรับเพื่อนคนที่ว่านี้เราคิดดีด้วยตลอด มีอะไรก็ช่วยเหลือ แล้วเขาก็ช่วยเหลือเราเช่นกันด้วย เลยไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้

อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าสนิทด้วยเป็นพิเศษ แค่เป็นเพื่อนที่เรียนอยู่ในจีนด้วยกัน ได้ทุนเหมือนกัน ก็เลยรู้จักกันและมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ช่วยเหลือกัน

แต่ว่าคนละมหาวิทยาลัยกันก็เลยไม่ค่อยได้เจอกันมากนัก แต่ก็ยังได้คุยกันทาง facebook แล้วก็นัดเจอไปเที่ยวด้วยกันเป็นครั้งคราว

ก็เรียกได้ว่าสนิทในระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายนั่นอาจจะเป็นแค่มุมมองจากเราเพียงฝ่ายเดียว เขาอาจจะไม่ได้คิด



นอกจากเขาจะขอเลิกยุ่งด้วยแล้วก็ยังด่ายับใช้คำแรงเหมือนกับว่าไม่สนใจแล้วว่าจะรู้สึกยังไง ไม่ได้กะเผื่อใจไว้คืนดีแล้วด้วย


เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ยอมรับว่าตกใจไม่น้อยจริงๆ นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งเป็นฝ่ายทำเอง และถูกทำ

เพราะจะมีความรู้สึกว่าไม่ว่ายังไงการสร้างเพื่อนไว้ย่อมดีกว่าการสร้างศัตรู ดังนั้นต่อให้ไม่พอใจใครก็มักจะไม่บอกตรงๆ แต่พยายามไม่คุยด้วยไม่ยุ่ง สุดท้ายก็เงียบหายไปเองมากกว่า คนทั่วไปก็น่าจะคิดแบบนั้น แต่ว่าเขาไม่ใช่

ก็น่าตกใจที่เจอคนที่กล้าตัดเยื่อตัดใยกับคนอื่นได้อย่างกะทันหัน แล้วยิ่งก่อนหน้านี้ก่อนที่จะเกิดเรื่องก็ยังคุยกันดี ช่วยเหลือกันอยู่ ไม่ได้มีท่าทีส่อแววว่าที่ชัดเจนว่าเขาจะปลึกตัวออกห่าง

ไม่ค่อยอยากจะคิดว่าคนที่เคยคบกัน เคยช่วยเหลือกันมาก่อนอยู่ดีๆจะตัดขาดกันได้ง่ายๆ การที่เป็นแบบนั้นแสดงว่าแต่ไหนแต่ไรเขาหลอกเรามาตลอดเลยหรือเปล่านะ เป็นเพราะเรามีเรื่องที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ก็เลยยอมทนคบมาตลอดอย่างนั้นหรือเปล่านะ แต่ก็ไม่อยากจะมองในแง่ร้ายแบบนั้น รู้สึกไม่ดีที่จะคิดแบบนั้นด้วย

หรือบางทีเหตุการณ์ล่าสุดครั้งเดียวก็อาจทำให้คนเราตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ได้ มันอาจเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ แต่ยังไงเมื่อทำอะไรลงไปแล้วก็ไม่อาจหวนคืนได้ง่ายๆแล้ว

เขาเองก็คงจะเจออะไรมามาก จนกลายเป็นคนขี้ระแวงไปได้ ประสบการณ์ส่วนตัวของคนเรามีผลให้ชีวิตและการมองโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก

โดยส่วนตัวแล้วการที่อยู่ดีๆจะเลิกคบใครหรือตั้งตัวเป็นศัตรูกับใครจริงๆก็คงเป็นคนที่ทรยศหักหลังเท่านั้น ใครที่ทำแบบนั้นก็สมควรเลิกยุ่งจริงๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเจอแบบนั้นกับตัว



สุดท้ายสิ่งที่เขียนทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่เรื่องราวจากมุมมองเราเอง บางทีเราอาจจะไม่ได้เข้าใจเขาถูกต้องก็ได้ เหมือนอย่างที่เขาเข้าใจเราไม่ถูกต้อง

หากมองจากมุมมองของอีกฝ่าย มันอาจจะเป็นหนังคนละม้วนกันเลยก็เป็นได้ ซึ่งเราก็สุดจะคาดเดา

ไม่แน่ถ้าเขามาอ่านเจอข้อความในหน้านี้ก็อาจมองว่าที่พิมพ์มาทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเสแสร้ง เรียกร้องความสนใจ ก็เป็นได้ ถ้าเขายังมองเราในแง่ร้ายอยู่จะตัดสินแบบนั้นก็คงไม่แปลก นั่นก็เป็นเรื่องที่มองได้จากต่างมุมมอง

ยังไงก็ตาม คนเราต่อให้ถูกมองว่าไม่ดีในสายตาใครก็ตาม แต่ตัวเราเองรู้ดีที่สุดว่าตัวเองดีจริงๆ หรือว่าแย่อย่างที่ถูกมอง

เราเองก็ไม่ได้จะบอกว่าตัวเองเป็นคนดีอะไรมากมายขนาดนั้น แต่ก็เชื่อมั่นไม่ได้แย่อย่างที่ถูกกล่าวหาแน่นอน

บางคนอาจบอกว่าแค่ตัวเองคิดดีทำดีอย่างเดียวมันยังไม่พอ ไม่สามารถอยู่รอดต่อไปได้ ที่สำคัญอีกอย่างคือการระวังใส่ใจคนรอบข้างให้มาก ระวังตัวให้ดีว่าคนอื่นมีท่าทีเป็นยังไงกับเรา เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้แต่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้

แต่ว่าคนในโลกนี้มีจำนวนมาก จะให้ทำตัวให้ถูกใจหมดทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับคนหนึ่ง ก็อาจทำให้อีกคนไม่พอใจอยู่ดี ดังนั้นทำตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ ถ้าใครจะมองว่าไม่ดี เราก็คงทำอะไรไม่ได้

ยังไงคนเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนทุกคนได้ ทำได้แค่พยายามในระดับหนึ่งเท่านั้น

ถึงอย่างนั้น ตราบใดที่ยังมีเพื่อน ยังมีคนที่มองเราว่าดีอยู่ เราก็น่าจะมั่นใจได้ว่าเส้นทางที่ตัวเองเดินอยู่ไม่ผิด สิ่งที่เราทำแล้วสบายใจนั้นไม่ได้ทำให้คนหมู่มากเดือดร้อน เท่านั้นก็น่าจะพอ

ถ้าแค่คิดดีทำดีแล้วยังอยู่ไม่ได้ โลกนี้ก็ออกจะโหดร้ายเกินไปสักหน่อย



หลังจากที่ได้ปรึกษาเพื่อนและครุ่นคิดด้วยตัวเองแล้ว หลังจากเหตุการณ์นี้ เราคงจะพยายามทำตัวเช่นเดิม แต่ระวังให้มากขึ้น แต่ก็อยู่ในระดับที่ไม่ทำให้ตัวเองต้องกังวลใจมากเกินไปจนกลายเป็นขี้ระแวงแล้วใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีความสุข

สรุป ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เก็บอดีตไว้เป็นบทเรียน แล้วมองไปที่อนาคตข้างหน้า~

Comment

Comment:

Tweet