[ef] ตอนที่ ๗. มือที่สั่นเทา(震える手) [๓/๔]
posted on 03 Jul 2009 18:48 by ikamiso in ef, honyakuตอนที่ ๗. มือที่สั่นเทา(震える手)
(a) บัตรเชิญไปงานเลี้ยงอำลา
(b) มีแต่เรื่องไม่เข้าใจเต็มไปหมด
(c) ประสบการณ์ที่เจ็บปวด
(d) เพราะทำผิดพลาดมาโดยตลอด
พอ ๖ โมง ผมก็เดินออกจากห้องสมุด
เพราะว่าไม่มีสมาธิ ทำให้อ่านหนังสือได้ไม่ค่อยไปสักเท่าไร ทั้งๆที่สอบปลายภาคก็ใกล้เข้ามาทำให้ควรจะเร่งแล้วแท้ๆ
“จะเป็นยังไงต่อไปนะ”
แม้ถึงตอนนี้ ก็ยังเป็นเช่นนั้นเรื่อยมา แน่นอนว่าจากนี้ไปก็.......
ผมสวมรองเท้าแล้วเดินออกมาข้างนอก
ได้ยินเสียงดังมาจากพื้นอย่างแผ่วเบา
โรงเีรียนในยามเย็น... ฤดูร้อน... ไม่ว่าอย่างไหนผมก็ไม่ได้ไม่ชอบ
ความรู้สึกแปลกๆราวกับความเจ็บปวดนั้นได้ถาโถมเข้ามาแต่ก็ยังสบายใจอยู่ได้
ชักเริ่มเกิดความรู้สึกบ้าๆขึ้นมาว่าถ้าหากฤดูร้อนคงอยู่ตลอดไปก็คงจะดี
“............?”
ผมเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างบนนั้น คนที่จะเข้าไปที่นั่นได้ เท่าที่ผมรู้จักก็มีอยู่แค่คนเดียว
“ยัยบ้านั่น”
ผมรีบเดินกลับเข้าไปในอาคารเรียน
...................
เมื่อ
เปิดประตูดาดฟ้าเข้ามา
ก็พบเธอกำลังยืนอยู่ทั้งที่ไม่มีทั้งรั้วหรือราวกั้น
เมื่อเธอเห็นผมที่อยู่ดีๆก็โผล่มา ก็ไม่มีท่าทีตกใจแถมยังยิ้มขึ้น
“ยูโกะ”
“ค่ะ ยูโกะเองค่ะ”
เธอดูมีท่าทีเป็นปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นี่เธอไม่ได้กลับบ้านไปแล้วหรอกหรือนี่”
“แค่แกล้งทำเป็นว่ากลับไปแล้ว แล้วก็แอบขึ้นมาบนดาดฟ้าน่ะค่ะ ฉันมักจะทำแบบนี้อยู่บ่อยๆ”
“กำลังหลอกใครอยู่งั้นเหรอ”
“ก่อนที่จะหลอกศัตรูได้ ก็ต้องหลอกพวกเดียวกันก่อน ไม่ใช่หรือคะ”
“ใครเป็นศัตรู แล้วใครเป็นพวกเดียวกันหา?”
“อย่างน้อย รุ่นพี่ฮิมุระก็เป็นพวกเดียวกับฉันสินะคะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“ทั้งที่ใจดีออกแบบนั้น”
“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย”
ผมพูดอย่างไม่พอใจแล้วเมินหน้าหนี
ถ้าหากผมใจดีจริงๆละก็ พอรู้เรื่องราวแล้วก็คงไม่ปล่อยยูโกะไว้แบบนี้หรอก
“จะว่าไป ทั้งๆที่เป็นตอนเย็นแ่ต่ร้อนจังเลยนะคะ”
“เป็นเพราะว่าแต่งตัวแบบนี้ไม่ใช่หรือไง”
“จริงด้วยสินะคะ รุ่นพี่เนี่ยฉลาดจังเลยนะคะ”
“ไหนๆที่นี่ก็ไม่มีใครนอกจากรุ่นพี่อยู่แล้ว ถอดเลยดีมั้ยคะ ทั้งท่อนล่างและท่อนบน”
“เดี๋ยวก่อนสิ!”
ผมรีบห้ามยูโกะที่กำลังทำท่าจะถอดจริงๆ
“ไม่ได้หรือคะ?”
“มันแ่น่อยู่แล้ว”
ยัยเด็กนี่ คิดจะทำอะไรกันน่ะไม่เข้าใจเลย
“ถ้าอยู่ในที่แบบนี้มันก็ต้องร้อนอยู่แล้วสิ”
“แต่ว่าฉันน่ะ ชอบอากาศร้อนนี่คะ”
“ถ้าชอบขนาดนั้นละก็ เชิญอยู่ตรงนี้ต่อไปเลย”
“ว้า พูดจาเย็นชาจังเลยนะคะ”
“อย่างงั้นเหรอ”
“แล้วรุ่นพี่ล่ะคะ ชอบฤดูร้อนหรือเปล่า?”
“เรื่องนั้นน่ะช่างมันก่อนเหอะ”
“หา? มีเรื่องอะไรจะพูดหรือคะ?”
ยูโกะทำหน้าแปลกใจ
“ไปตบเพื่อนมาสินะ”
“ว้า... แม้แต่รุ่นพี่ก็รู้เรื่องนี้แล้วจริงๆด้วยสินะคะ”
“เธอนี่ ไม่รู้สึกสำนึกเลยจริงๆสินะ”
“อืม.....”
ดู
ท่าจะไม่ได้สำนึกว่าตัวเองทำอะไรผิดไปเลยจริงๆสินะ
แต่ถ้าหากอีกฝ่ายเป็นคนที่ชอบมาแกล้งจริงๆละก็
จะว่ายูโกะฝ่ายเดียวก็คงจะไม่ได้ล่ะนะ
“ความจริงแล้ว...”
“อะไร?”
“ฉันน่ะ ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยตบคนเป็นครั้งแรกนี่ล่ะค่ะ”
“.................”
ยูโกะทำท่าจ้องมองไปที่มือตัวเอง
“ยังรู้สึกเหมือนชาๆอยู่เลย.....”
มือของเธอนั้นเหมือนจะกำลังสั่นอยู่
“เจ็บจริงๆเลยนะคะ”
“ถ้ารู้แบบนี้แล้ว คงจะไม่ทำอีกแล้วสินะ”
“ไม่รู้สินะคะ”
“มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ”
ผมถามออกไปด้วยเสียงที่อ่อนโยนจนตัวเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
“พอกลับมาจากชั่วโมงพละ.... ก็เห็นคนกำลังค้นกระเป๋าฉันอยู่น่ะค่ะ จากนั้นอยู่ดีๆก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาทันที”
ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ถ้าถึงขั้นทำให้ยูโกะต้องลงมือละก็ อย่างน้อยก็คงจะต้องเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสพอสมควร
“อาจเป็นเพราะว่าช่วงนี้นอนไม่ค่อยพอ ก็เลยรู้สึกหงุดหงิดง่ายน่ะค่ะ”
ยูโกะพูดเช่นนั้นแล้วก็ยิ้มออกมา
“ขอโทษนะคะ รุ่นพี่”
“มาขอโทษฉันทำไม”
“ก็ต้องขอโทษแน่นอนอยู่แล้วสิคะ”
ยูโกะเริ่มเดินเข้าใกล้ผมอย่างเงียบๆ
“ที่ทำให้คนที่ชอบต้องมาเป็นห่วงแบบนี้”
แววตาที่ไม่มีความกลัวที่จะถูกปฏิเสธอยู่เลยนั้นได้จ้องมองมา
“ทำไมล่ะ?”
“คะ?”
“ตั้งแต่
ได้พบกันอีกครั้ง ก็ยังผ่านมาได้ไม่นาน แถมตอนสมัยเด็กเอง
ฉันก็ไม่ได้ทำดีอะไรกับเธอเลย ทั้งที่เป็นแบบนั้น
ทำไมเธอถึงยังพูดแบบนี้อยู่อีกล่ะ”
“ฉันน่ะคิดมาโดยตลอด”
ยูโกะกำมือผมไว้แ่น่น รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายที่ไหลผ่านเข้ามา
“ว่าฮิมุระ ยูคุงคนนั้น ตอนนี้จะโตมาเป็นคนแบบไหนกันนะ....”
“......คงผิดจากที่คาดไว้สินะ?”
ผม
ซึ่งยังคงจมอยู่กับอดีตเรื่อยมา ภาพก็ไม่ได้วาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ได้แ่ต่เรียนแล้วก็สู้ชีวิตไปวันๆ
กลายเป็นคนน่าเบื่อซึ่งไม่สามารถจะทำอะไรได้
หรือบางทีผมอาจจะเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กแล้วก็ได้
“ไม่เลยค่ะ คุณน่ะเป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้เลย”
“คิดว่าฉันจะเป็นคนแบบไหนล่ะ”
“ฮะๆ เรื่องนั้นน่ะเป็นความลับค่ะ”
“หนอย...”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือคะ ฉันน่ะจนถึงตอนนี้ก็ยังชอบรุ่นพี่ฮิมุระอยู่ มันก็สำคัญอยู่แค่นั้นล่ะค่ะ”
...................
ผมเดินออกมานอกอาคารเรียนอีกครั้ง
“อ้าว ช้าจังเลยนะ”
“หวา!”
ผมตกใจเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากเงาของประตูโรงเรียน
“ห้องสมุดก็ปิดไปแล้วนี่นา ไปทำอะไรมาล่ะนั่น”
“อยู่ดีๆอย่าส่งเสียงออกมาแบบนี้สิ”
“ทั้งๆที่เดี๋ยวก็จะต้องรีบไปทำงานแต่กลับดูใจเย็นจังเลยนะ”
“ไม่มีอะไรหรอกน่ะ”
ผมรีบตอบออกไปอย่างไม่เสแสร้ง จากนั้นจึงเริ่มเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
.................
“ฮิมุระ”
“..........”
“ได้ยินหรือเปล่า ฮิมุระ”
“....มีอะไร”
ทั้งที่เดินด้วยความเร็วมากพอสมควร แ่ต่คุเซะก็ยังคงเดินตามมาติดๆ
“มีอะไรก็รีบๆพูดออกมาซะ ฉันกำลังรีบๆอยู่”
“เอาน่ะ ไม่ต้องรีบหรอก ฟังที่ฉันพูดก่อนนะ”
คุเซะเอามือมาวางที่ไหล่ผมแล้วยิ้มขึ้น
“อะไรอีก ฉันจะไปทำงาน....”
“ฮิมุระ นายน่ะกำัลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”
“ถามแบบนี้หมายความว่าไง”
“ตอบมาตามตรงได้มั้ย ฉันน่ะตกใจมากทีเดียวล่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอย่างฮิมุระ ยู จะมาคิดมากอะไรกับเรื่องของคนอื่น”
“นายคิดว่าฉันจะไม่ยุ่งกับเรื่องทางโลกเลยงั้นสินะ ฉันเองก็เป็นนักเรียนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างธรรมดานะ”
“ถ้าอย่างงั้น น่าจะคิดเรื่องนางิบ้างได้แล้วนะ”
“นางิ? แล้วนางิมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?”
คุเซะเงียบลงแล้วก้มหัว
“อย่ามาพูดอ้อมค้อมได้มั้ย”
“ถ้างั้นถามคำเดียว ฮิมุระน่ะคิดยังไงกับยูโกะจังเหรอ?”
“ถ้าจะให้พูดก็...”
ผมพยายามระมัดระวังคำพูด
“นั่นสินะ..... ฉันไม่อยากจะสูญเสียใครไปอีกน่ะ”
“ไม่อยากจะสูญเสีย...?”
“ความรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องใครบางคนไว้ได้น่ะ ครั้งเดียวก็มากเกินพอแล้วล่ะ”
นาฬิกา
ข้อมือสีแดง.... คริสต์มาสที่ทุกสิ่งทุกอย่างหายลับไปในเปลวเพลิง....
ผมซึ่งไม่สามารถที่จะปกป้องแม้แต่น้องสาวเพียงคนเดียวเอาไว้ได้....
ไม่ใ่ช่ว่ามันจะทดแทนกันได้หรอก แต่แม้ว่าจะทดแทนไม่ได้ก็ตาม....
“แค่รู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยยัยนั่นเอาไว้ได้น่ะ”
“เข้าใจล่ะ ถ้างั้นก็ดี”
คุเซะพยักหน้าเหมือนกับรู้สึกพอใจแล้วก็ตบหลังผม
“เจ็บนะ อย่ามาทำเป็นสนิทเกินจะได้มั้ย”
“ไม่ดีเหรอ ยังไงเราก็ยังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกหน่อยนึงนี่นา”
“ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น”
สุดท้ายแล้ว คุเซะก็เดินตามมาจนถึงที่ทำงาน ระหว่างทางก็ได้คุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย
รู้สึกรำคาญใจจริงๆเลย
#1 By Magaret Literary on 2009-07-03 19:48