ᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳᅳ


พอ เปิดประตูห้องศิลปะเข้ามา ก็พบอามะมิยะยืนอยู่ที่เดียวกับครั้งก่อน หน้าตาดูเหนื่อยๆ กำลังพ่นควันออกมาด้วยท่าทีเหมือนคนเบื่อหน่ายไม่มีอะไรทำ


“ครูอามะมิยะ”
“อ้าว ฮิมุระคุง”
อามะมิยะยิ้มให้ทั้งที่ยังคาบบุหรี่อยู่

“ในที่สุดก็อยากจะเข้าชมรมศิลปะขึ้นมาแล้วสินะ?”
“ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์มาพูดล้อเล่นหรอกนะครับ”
ท่าทีของอามะมิยะดูจะไ่ม่มีอะไรแปลกไปจากปกติเลย ทำให้ผมเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์

“เรื่องของยูโกะน่ะครับ”
“เรื่องของยูโกะ?”
อามะมิยะพ่นควันออกมา

“อ้อ ดูเหมือนจะรู้เรื่องแล้วงั้นสินะ”
“ดูจะไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลยนะครับ ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือครับ”
“ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทำอะไรมากหรอก ที่โรงเีรียนน่ะก็มีเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยๆ”
“คุณจะปล่อยให้เกิดเรื่องรุนแรงขึ้นกับน้องสาวของตัวเอง แล้วบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องทำอะไรหรือครับ”
“ถึงจะพูดอย่างงั้น แต่ก็เป็นแค่การทะเลาะของผู้หญิงไม่ใช่หรือไง”
....... ตามข้อมูลที่คุเซะรวบรวมมา ตอนช่วงพักระหว่างคาบ ๑ และคาบ ๒ ดูเหมือนอามะมิยะ ยูโกะจะได้ลงมือตบเพื่อนร่วมชั้น ยูโกะซึ่งกลับจากวิชาพละในคาบเรียนที่ ๑ ได้มีปากเสียงกับเด็กผู้หญิงในห้อง แล้วอยู่ดีๆยูโกะก็เริ่มลงมือกับคู่กรณี

“คนที่เริ่มลงมือก่อนก็คือยูโกะสินะครับ”
“อื้อ ได้ยินมาเหมือนกัน จากนั้นดูเหมือนอีกฝ่ายก็เริ่มไฟติดขึ้นมา”
จากนั้นก็เริ่มเกิดการปะทะกันขึ้น แถมยูโกะดูเหมือนจะถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว
เพราะว่าได้ยินมาจากคนอื่น บางทีอาจจะไม่แน่นอนก็ได้

“ยูโกะเป็นยังไงบ้างครับ?”
“วันนี้ให้กลับไปแล้วน่ะ เพราะว่าถูกอัดแล้วตีเข้าที่หลัง ถึงไม่มีแผลใหญ่ แต่จะให้กลับไปที่ห้องเรียนก็คงไม่ได้ล่ะนะ”
“ไม่มีแผล..... สินะครับ”
ถ้าอย่างงั้นก็สบายใจไปได้เปราะหนึ่ง

“จัดการยังไงไปบ้างครับ...”
“ก็แค่ตบหน้ากันครั้งเดียว คิดว่าคงไม่ถึงกับต้องคุมประพฤติหรือพักการเรียนหรอกนะ อย่างมากก็คงแค่ให้คัดลายมือสำนึกผิดเท่านั้นเอง”
“งั้นหรือครับ....”
นี่ก็คงไม่ต้องเป็นห่วง ถ้างั้นก็เหลือปัญหาที่สำคัญที่สุด

“ครูอามะมิยะรู้เรื่องที่ยูโกะโดนแกล้งอยู่แล้วสินะครับ?”
“โดนแกล้ง.....? อ๋อ แสดงว่าที่ยูโกะตบไปน่ะคือคนร้ายที่ชอบแกล้งงั้นสินะ”
ผมพยักหน้า คิดว่ามีความเป็นไปได้สูง

“งั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ”
“ไม่มีปัญหาแต่ว่าถ้าปล่อยไว้คงจะไม่ดีแน่ครับ ยูโกะน่ะ ถึงจะยังไงก็ไม่น่าจะใช่เด็กที่ชอบใช้ความรุนแรงนี่ครับ”
ยู โกะเมื่อสมัยเด็ก ยูโกะในตอนนี้ ไม่ว่าจะตอนไหนก็ถือเป็นเวลาสั้นๆ แต่เรื่องนั้นผมเข้าใจดี หมายความว่ายูโกะน่าจะโดนต้อนอย่างสุดๆแล้วถึงได้ทำเรื่องแบบนี้ลงไป

“ถ้าปล่อยไว้อาจจะเกิดเรื่องอีกก็ได้ ถ้าไม่ทำอะไรละก็...”
“ฮิมุระคุง นี่มันเป็นแค่เรื่องเล็กน่ะ”
“......เอ๋?”
“ปล่อยไปเถอะ นี่มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แล้วมันก็เป็นปัญหาของตัวยูโกะเองด้วย”
“ดูใจเย็นจังเลยนะครับ”
ผมได้พูดเสียดสีออกไปโดยไม่คิด

“ถึงจะไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด แต่ยังไงก็เป็นพี่น้องกันนะครับ”
“ก็เพราะว่าเป็นน้องสาวไงล่ะ... ถ้าเรื่องแค่นี้ยังต้องยืมมือคนอื่นช่วยละก็... ฉันไม่อยากให้เธอกลายเป็นเด็กที่อ่อนแอแบบนั้นหรอกนะ”
“นั่นไม่ใช่ข้ออ้างในการที่จะไม่ช่วยอะไรนะครับ”
“ก็อาจจะเป็นอย่างงั้น... แต่มีเรื่องที่แน่นอนอยู่อย่างนึงนะ”
“อะไรครับ”
“มันไม่ใ่ชเรื่องที่เธอจะต้องมาโกรธด้วยสักหน่อย”

.................
หลังเลิกเรียน
หลังจากจบคาบโฮมรูม คุเซะก็เดินออกจากห้องเรียนไปทันที เห็นบอกว่ามีงานเลี้ยงอำลาอย่างอื่นอยู่อีก อยู่ดีๆก็ดันมีนัดขึ้นมา


“ยู ยังไม่กลับเหรอ”
นางิทำไมอยู่ดีๆถึงเข้ามาคุยด้วยนะ

“กว่าจะถึงเวลาทำงานก็ยังมีเวลาอีกน่ะ”
เวลา แบบนี้ปกติจะต้องไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด แต่ว่าวันนี้ดูเหมือนจะไม่มีอารมณ์เลย แต่ถึงยังไงการสอบปลายภาคก็ใกล้เข้ามาแล้ว จะมามัวทำสบายๆอยู่ก็คงไม่ได้ล่ะนะ

“อ้อ ยังไงก็คงจะไปที่ห้องสมุดล่ะมั้ง”
“งั้นมากับเราสักหน่อยได้มั้ย......?”
“นางิ ทานอะไรแปลกๆไปหรือเปล่า?”
เมื่อวานก็ไม่เข้าใจว่าจะมาหาที่บ้านทำไม หมู่นี้นางิมีพฤติกรรมน่าสงสัยจริงๆนั่นล่ะ

“แค่ทานของแปลกเข้าไปน่ะ ไม่ทำให้เราเปลี่ยนไปได้หรอกนะ”
“มันก็ใช่หรอกนะ”
อย่างนี้แสดงว่า สาเหตุที่นางิมีพฤติกรรมน่าสงสัยน่าจะยังมีอย่างอื่นอยู่อีก ไม่สิ อาจจะไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษก็ได้

“นายนั่นแหละไม่สบายหรือไงกัน”
“ฉันก็เป็นเหมือนทุกทีไม่ใช่เหรอ”
“กำลังควบคุมไม่ให้เผาผลาญพลังงานไปอย่างเปล่าประโยชน์อยู่หรือไง”
“เปล่า ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นหรอกแต่ ก็อาจจะนะ”
“แต่ว่าโกรธเรื่องยุโกะจังก็เลยใช้พลังงานไปเยอะสินะ”
น้ำเสียงเหมือนกำลังโทษผมอยู่เลย

“หมู่นี้ยูดูแปลกไปนะ ไม่สมกับเป็นยูเลยสักนิด”
“ฉันก็คิดอย่างงั้น”
พอ เป็นเรื่องของยูโกะแล้ว ใจผมจะไปก่อนทุกที บางครั้งก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ ตอนสมัยเด็กก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แววตาที่มองมาที่ผมนั้น ไ่ม่ว่ายังไง.....

“เข้าใจล่ะงั้นไม่เป็นไรแล้ว เราจะไปเข้าชมรมล่ะ”
“ตามสบายเลย”
“พูดจาแบบนั้นน่ะมันออกจะทำร้ายจิตใจกันนะ”
“หมายความว่าไงน่ะ”
“ฮึ”
ทั้งที่ไม่ได้มีท่าทีเหมือนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่แท้ๆ พอพูดจบนางิก็เดินออกไปซะแล้ว
ถึงอย่างงั้นผมก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแปลกอะไร หรือจะเรียกว่ามันแปลกขึ้นมาเรื่อยๆอยู่แล้วก็ได้
จิตใจผมได้เปลี่ยนไปเพราะอะไรกันนะ เพราะใครสักคน?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รีบแวะมาอ่านหลังเลิกงาน big smile

#1 By Kuroiketaro on 2009-07-02 21:23

บล็อกสวยมาก ขอ add ไว้ด้วยเลยแล้วกัน big smile

#2 By RIEL ( リエル) on 2009-07-05 16:50