[ef] ตอนที่ ๖. ชั่วพริบตาของเธอ(彼女の刹那) [๔/๔]
posted on 26 Jun 2009 00:13 by ikamiso in ef, honyakuตอนที่ ๖. ชั่วพริบตาของเธอ(彼女の刹那)
(a) สู่โลกเบื้องบน
(b) ไปยังสถานที่แห่งความทรงจำ
(c) ด้านภายในโบสถ์
(d) ภายใต้วังวนของอดีต
แย่เลย วันนี้ก็ยุ่งใช่เล่น ที่ร้านกาแฟที่ทำงานก็ปิลาฟกับพาสตาท่าจะกำลังเป็นที่นิยม แขกที่มาเยี่ยมร้านตอนมื้อเย็นก็เลยมีมาก
“เฮ้อ แฮก...”
การทำงานหลังจากที่ตอนกลางวันได้เดินเล่นไปทั่วเนี่ยเหนื่อยกว่าที่คิด ไม่สิ อาจจะไม่ใช่เหนื่อยทางกาย
“อย่าทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้นสิ”
อยู่ดีๆก็มีเสียงคนดังขึ้นมาจากความมืด พอมองไปก็พบเด็กสาวในชุดนักเรียน
“นางิ อะไรกัน เธอน่ะดักซุ่มอยู่งั้นเหรอ?”
“ดักซุ่มเหรอ ใช้คำได้ไม่ดีเลยนะ เราแค่จะมาหาเธอเท่านั้นเอง”
“ไปทำอะไรมาเหรอ”
ยัง
ไงซะเด็กผู้หญิงอย่างนางิมาเดินเตร็ดเตร่ในเวลาแบบนี้ก็เป็นเรื่องแปลก
ถึงแม้ว่าจะเป็นนางิที่มีแต่เรื่องแปลกๆเต็มไปหมดอยู่แล้วก็ตาม
“จะให้ยืนคุยกันก็ยังไงอยู่นะ บ้านเธออยู่ใกล้แถวนี้สินะ?”
“ก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นา”
“ปีที่แล้วมีเขียนการ์ดอวยพรปีใหม่ไปนี่นะ ยูน่ะไม่ยอมตอบกลับมาเลย”
“ถึงจะแค่ไปรณียบัตรแต่ก็ต้องใช้เงินนี่นา”
ผมตอบไปอย่างไม่สนใจแล้วก็เดินไปทางบ้านตัวเอง แน่นอนว่านางิก็ตามมาด้วย
“คิดจะเข้าบ้านจริงๆนะเหรอ”
“คิดว่าจะเกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้นระหว่างเราหรือไง? หรือว่ากำลังหวังให้เป็นแบบนั้นอยู่?”
“ที่จะผิดพลาดน่ะก็มีแต่ในหัวเธอเท่านั้นแหละ”
........................
นางินั่งอยู่ตรงหน้าผมด้วยสีหน้านิ่งเฉย
เชื่อใจผมงั้นเหรอ ยัยนี่ยิ่งไม่ค่อยจะระมัดระวังตัวเท่าคนอื่นเขาด้วย
ยังไงก็เถอะ คงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ
“ว่าแต่ ไม่มีน้ำชาเหรอ?”
“แย่หน่อยนะ บ้านฉันน่ะไม่มีเครื่องดื่มอะไรนอกจากน้ำเปล่าหรอก”
“........ที่จริงก็ไม่ได้คิดว่าจะแ่ย่ถึงขนาดนี้เลยสินะ?”
“รู้ตัวอยู่แล้วน่ะ”
เรื่องที่จะคุยยังไงก็ได้แบบนี้น่ะตอนนี้ก็สบายใจได้
เทียบกับผมแล้ว คุเซะกับนางิดูจะคบง่ายกว่าตั้งเยอะ
“แต่ว่าเป็นห้องที่อึมครึมจริงๆเลยนะ อย่างกับในเรือนจำเลย”
“เคยไปอยู่ในเรือนจำมาสินะ”
“เราน่ะ่ไม่เหมือนกับเธอหรอกนะ เพราะว่าสั่งสมคุณงามความดีมาโดยตลอด”
คงไม่ใช่ว่านางิเชื่อว่าตะกี้ผมถามจริงๆหรอกนะ
“หืม? ทำไมเธอถึงอยู่ในชุดนักเีรียนล่ะ?”
“เราน่ะถึงวันหยุดก็ใส่ชุดนักเรียนอยู่แล้ว จะว่าไปก็ไม่เคยใส่ชุดไปรเวทเลย”
“กลับบ้านก็ไม่เปลี่ยนชุดเหรอ”
“มันยุ่งยาก”
เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายดี
“แล้วทำยังไงล่ะ...”
“หืม”
“อาบน้ำเสร็จทำไงต่อล่ะ?”
“ก็ไม่ได้ใส่อะไร หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ตากผมให้แห้งแล้วก็ไปนอนเลยน่ะ”
งั้นเองน่ะเหรอ พ่อกับน้องขายของนางิก็คงจะรู้สึกอึดอัดสินะ
“หรือว่า อยากจะมาค้างที่บ้านล่ะ?”
“ไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยสักคำ!”
“งั้นเหรอ แต่ถ้าคิดจะไปเมื่อไรก็ได้นะ เพราะว่ามีห้องเหลืออยู่ จะไปอาศัยอยู่ยังได้เลยนะ”
“แบบนั้นน่ะเกรงใจสุดๆเลยล่ะ...”
ถึงจะต้องอดตายก็ไม่ยอมรบกวนใครหรอก
“ความจริงแล้ว... ยู”
“อะไรเหรอ มีเรื่องจะคุยจริงๆด้วยสินะ”
“ครูอามะมิยะมาที่บ้านเราน่ะ”
“อามะมิยะเหรอ?”
“อื้อ จริงๆก็แค่มาหาพ่อเราน่ะ”
“พ่อของนางินี่รู้จักกับอามะมิยะด้วยเหรอ?”
“ท่านพ่อน่ะ เมื่อก่อนเคยเปิดสอนวาดรูปอยู่ที่บ้านน่ะ แย่จริงๆเลย นิสัยชอบสอนคนอื่นเนี่ย”
“เอ๋”
“เขาเป็นนักเรียนของชั้นเรียนที่ว่านี้น่ะ ครูอามะมิยะ”
“เพราะงั้น จนถึงตอนนี้เขาก็เลยยังคงแวะเวียนไปที่บ้านของเธออยู่เป็นครั้งคราวสินะ”
“ก็
มาเรื่อยๆล่ะนะ
คนที่ช่วยให้ครูอามะมิยะได้เป็นอาจารย์สอนศิลปะที่โอโตวะก็คือท่านพ่อนี่ล่ะ
ท่านพ่อเองก็รู้จักกับผู้อำนวยการของโอโตวะอยู่”
“พ่อของเธอคงจะชื่นชอบอามะมิยะมากเลยสินะ”
“ยิ่งกว่านั้นอีก บางทีอาจจะซื้อความสามารถของครูอามะมิยะอยู่ก็ได้”
“เอ๋? หมอนั่นน่ะมีความสามารถขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เอ๋?”
นางิทำตาโต
อะไรกัน อย่างกับว่าผมพูดเรื่องอะไรแปลกๆออกไปงั้นล่ะ
“งั้นเหรอ ยูเนี่ยไม่สนใจเรื่องทางนี้เลยงั้นสินะ คงจะไม่รู้จริงๆ”
“คงงั้น ฉันไม่รู้นี่นา”
“ครู
อามะมิยะน่ะไม่ธรรมดานะ
ตอนสมัยเรียนน่ะดูเหมือน่ว่าจะได้รับรางวัลวาดภาพหรือการออกแบบมาไม่น้อยเลย
เพราะงั้นคงไม่แปลกที่ชื่อของเขาจะดังยิ่งกว่าท่านพ่อ”
“เก่งมากขนาดนั้นเลยเหรอนี่ หมอนั่่น”
“แต่ว่า หลังจากแผ่นดินไหวในครั้งนั้นก็ไม่ได้วาดภาพอีกเลยแม้แต่ใบเดียว”
ไม่ได้วาดภาพแล้ว หรือว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่อามะมิยะพูดขึ้นมาที่ห้องศิลปะ
ความฝันที่เป็นจริงไปแล้ว.... ไม่สิ ทั้งๆที่น่าจะเป็นจริงไปแล้วแต่ก็กลับละทิ้งมัน
-“พี่เองก็เสียน้องสาวไปกับแผ่นดินไหวครั้งนั้น”-
เพราะเรื่องนั้นเองสินะ
“.....อามะมิยะเองก็เป็นพวกบ้าอย่างรุนแรงเหมือนกันนะนี่”
“พูดอะไรเหรอ?”
“เปล่า ไม่มีอะไร”
“จะว่าไป.. รู้สึกเหมือนเรากำลังจะพูดอะไรสักอย่างหรือเปล่านะ”
“ฉันจะไปรู้เหรอ”
เรื่องที่อามะมิยะมาที่บ้านของนางิกับเรื่องที่นางิอุตส่าห์มาหาผมที่บ้านนี่มันมีความเกี่ยวข้องกันยังไงนะ
“เอาเถอะ ยังไงก็พูดจนเหนื่อยแล้วล่ะนะ จะกลับล่ะ”
ถอดใจซะแล้ว เอาเถอะ สำหรับผมแล้ว ยิ่งกลับไปเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี
“...........”
ทั้งที่พูดว่าจะกลับ แต่นางิก็ยังคงไม่ลุกไปไหน
“เฮ้ย นางิ”
“ครูอามะมิยะน่ะ...”
“อามะมิยะเหรอ?”
“ที่
บอกว่าเธอกับยุโกะจังไปเดทกันมาน่ะเป็นเรื่องจริงเหรอ ไม่สิ
ไม่ต้องตอบเราก็ได้ ไม่้ต้องคิดมากหรอก ถึงยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนกันนะ”
“คือว่านะ... ค่อยๆพูดอีกทีช้าๆได้มั้ย”
ต่อให้ผมหัวไวแค่ไหนก็คงรับความเร็วขนาดนี้ไม่ไหวหรอก
“อ้า..โทษที....”
คราวนี้ยอมง่ายจัง
“ไม่ใช่เดทสักหน่อย ซื้อของน่ะ ไม่ต่างจากที่เธอพาฉันไปบ่อยๆหรอก พอเจออามะมิยะเสร็จฉันก็แยกกับยูโกะทันที”
“อะไรกัน แบบนี้เองนะเหรอ เห็นครูอามะมิยะทำหน้าเหมือนมีอะไรสักอย่างน่ะ....”
ไอ้บ้านั่น ทั้งที่บอกเองว่าจะทำเป็นไม่เห็นแต่กลับเอาเรื่องมาบอกนางิได้อย่างหน้าตาเฉยนี่นะ
“ว่าแต่ ทำไมนางิถึงต้องมาเป็นห่วงเรื่องนี้ล่ะ ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลยนี่นา”
“เราชักจะเริ่มเบื่อเธอขึ้นมาแล้ว”
“หา?”
ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด
หลังจากจ้องใส่ผมซึ่งกำลังทำอะไรไม่ถูกแล้ว นางิก็ยืนขึ้น จากนั้นก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
อะไรกันเนี่ย
นางิในคืนนี้แปลกกว่าปกติเป็น ๓ เท่าจริงๆนั่นล่ะ
เอาเถอะ พรุ่งนี้ก็คงจะกลับไปเป็นนางิตามปกติล่ะนะ
“เฮ้อ....”
ผมนอนเล่นอยู่บนเตียง
เรื่องของนางิน่ะปล่อยไปเถอะ ส่วนเรื่องของอามะมิยะก็ห้ามไปนึกถึง....
ชายที่มีพรสวรรค์ทางด้านวาดภาพ แต่หลังจากแผ่นดินไหวก็ไม่มีผลงานออกมาเลย กลายเป็นครูศิลปะผู้ขาดความทะเยอทะยานที่ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ
“หมอนั่นเองก็มีน้องสาว.....”
บางทีเรื่องที่สูญเสียน้องสาวไปกับเรื่องที่เลิกวาดภาพอาจจะไม่ใช่ว่าไม่เกี่ยวข้องกันก็ได้
อุบัติเหตุ
คราวนั้นทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป อย่างที่คิดเลย
ความตายของคนใกล้ตัวนั้นได้แย่งชิงบางอย่างไปจากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไปจริงๆ
จะสามารถอุดช่องว่างที่เกิดขึ้นในจิตใจได้หรือเปล่านะ
และจำเป็นที่จะต้องอุดมันหรือเปล่านะ
“ยูโกะ......”
นี่ผมกำลังคิดถึงยูโกะอยู่งั้นเหรอ... ทำไมอยู่ดีๆก็... มันอะไรกันนะ...
ยังไงทำไว้ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งท้อ
ช่วงปิดยาว ๆ แล้วผมจะมาอ่านย้อนรวดเดียวเลย
สัญญาครับ T^T
#1 By monboy01 on 2009-06-26 00:33