積乱雲 - เมฆคิวมูโลนิมบัส
posted on 08 May 2008 13:16 by ikamiso in cloud, translate
link ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเมฆ เมฆซีร์รัส เมฆซีร์โรคิวมูลัส เมฆซีร์โรสเตรตัส เมฆอัลโตคิวมูลัส เมฆอัลโตสเตรตัส เมฆนิมโบสเตรตัส เมฆคิวมูลัส เมฆรูปเลนส์ ท้องฟ้าในsola
เมฆคิวมูโลนิมบัส(積乱雲、せきらんうん、cumulonimbus、キュムロニンバス)

คือเมฆแนวตั้งขนาดใหญ่มหึมา ซึ่งบางครั้ง ด้วยกระแสลมขึ้นซึ่งเกิดจากสาเหตุบางอย่าง ส่วนยอดเมฆอาจสูงมากจนขึ้นไปถึงบรรยากาศชั้นสตาโทสเฟียร์(成層圏)ได้ รูปร่างใหญ่โตในแนวตั้งของเมฆคิวมูโลนิมบัส ถือเป็นเมฆที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเมฆทั้งหมด ความสูงตั้งแต่ยอดเมฆถึงฐานเมฆอาจมากกว่า ๑ หมื่นเมตร บางครั้งอาจเรียกว่า เมฆสายฟ้า(雷雲、らいうん) หรือ เมฆนิวโด(入道雲、にゅうどうぐも)
สาเหตุการณ์เกิดเมฆคิวมูโลนิมบัสขึ้นนั้นมีอยู่หลายสาเหตุ บางครั้งก็เกิดจากกระแสลมขึ้นของสภาพถ่ายเทความร้อน เนื่องจากความแตกต่างของอุณหภูมิบริเวณใกล้พื้นดินกับบริเวณที่สูงขึ้นไปที่เกิดขึ้นโดยความไม่มีเสถียรภาพของบรรยากาศ บางครั้งก็ยังได้รับอิทธิพลจากภูมิประเทศด้วย ดังนั้นโดยส่วนมากเมฆคิวมูโลนิมบัสจะเกิดในช่วงฤดูร้อนที่มีความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิบริเวณใกล้พื้นดินกับบนท้องฟ้าเพิ่มสูงขึ้น แต่ที่ฝั่งทะเลของญี่ปุ่น ในฤดูหนาวก็อาจเกิดเมฆคิวมูโลนิมบัสเนื่องจากลมมรสุมที่พัดแรงได้ เมฆคิวมูโลนิมบัสโดยทั่วไปแล้วจะเกิดจากการขยายตัวของเมฆคิวมูลัสและเมฆคิวมูลัสขนาดใหญ่ บางครั้งก็อาจมีการเรียกเมฆคิวมูลัสขนาดใหญ่ว่าเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส แต่ในทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อยอดเมฆขยายขึ้นไปถึงโทรโพเพาส์(対流圏海面) แล้วเริ่มแผ่กว้างขึ้นออกด้านข้างจึงจะเรียกว่าเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส
อัตราการขยายตัวตามแนวตั้งของเมฆคิวมูโลนิมบัสจะสูงมากเมื่อมาถึงบริเวณโทรโพเพาส์ แต่โดยทั่วไป เมื่อยอดเมฆคิวมูโลนิมบัสขึ้นไปถึงชั้นสตาโทสเฟียร์แล้วจะไม่เจริญต่อไปอีก ดังนั้น ด้วยการที่โทรโพเพาส์ทำหน้าที่เหมือนเป็นเพดาน เมฆจึงค่อยๆขยายตัวออกด้านข้างต่อไป หากมองในภาพรวม จะมีลัีกษณะคล้ายรูปทั่ง(かなとこ) จึงเรียกว่าเมฆรูปทั่ง(かなとこ雲)
เมฆรูปทั่งนี้ ก่อตัวขึ้นด้วยผลึกน้ำแข็งโดยความดันต่ำในบริเวณใกล้ๆ เหตุผลที่เมฆขยายตัวออกด้านข้างอยู่ที่บริเวณโทรโพเพาส์โดยไม่่ผ่านเข้าไปยังชั้นสตาโทสเฟียร์ เพราะอุณหภูมิของโทรโพสเฟียร์(対流圏)ส่วนบนกับสตาโทสเฟียร์ส่วนล่างนั้นต่างกัน คือที่โทรโพสเฟียร์ส่วนบน อุณหภูมิประมาณ -๗๐ องศาเซลเซียส ในขณะที่ชั้นสตาโทรสเฟียร์ได้รับอิทธิพลจากชั้นโอโซนทำให้อุณหภูมิสูงกว่า ความแตกต่างของอุณหภูมินี้ทำให้ยอดเมฆไม่สามารถผ่านเข้าไปยังชั้นสตาโทสเฟียร์ได้ เมฆคิวมูโลนิมบัสในขณะที่กำลังเกิดเป็นรูปทั่งนี้คือรูปร่างที่กำลังโตเต็มที่ จะมีกิจกรรมต่างๆมากมายเช่นเกิดฝนฟ้าคะนอง
เมฆคิวมูโลนิมบัสส่วนใหญ่ บางครั้งอาจได้รับอิทธิพลจากเจทสตรีมที่พัดแรงในบริเวณใกล้ๆยอดเมฆ ทำให้เกิดเมฆซีร์รัสขึ้นจากผลึกน้ำแข็ง เมฆซีร์รัสนี้แสดงถึงปุยของเมฆคิวมูโลนิมบัส
เมื่อเมฆคิวมูโลนิมบัสปกคลุมท้องฟ้า บริเวณนั้นจะถูกบดบังแสงอาทิตย์จนมืด บางครั้งอาจทำให้ดูเหมือนกลางคืนทั้งที่ยังกลางวันอยู่ ภายในเมฆจะเกิดการถ่ายเทอากาศอย่างรุนแรง กระแสลมที่พัดมายังพื้นดินนั้นอาจก่อให้เกิดลมกระโชก และเกิดเมฆรูปกรวย(漏斗雲)ซึ่งตามมาด้วยพายุหมุน(竜巻)
มี 筋斗雲 ไหมครับ
#1 By mnop on 2008-05-08 13:38