#28 ม.ค. 2012

ที่หังโจวยังคงฝนตกอยู่บ่อยๆ แม้วันก่อนจะเกิดหิมะตกไปสองครั้ง แต่อากาศก็กลับมาร้อนขึ้นอีก (ก็ยังหนาวอยู่ดี แค่ไม่ติดลบแล้ว) จึงกลับมาเหลือแต่ฝน

ฝนตกเป็นอะไรที่แย่มากเพราะไม่สามารถไปเที่ยวไหนได้เลย แต่เราก็ไม่อยากจะมัวแต่อยู่ในหอเฉยๆ จึงหาเรื่องออกมาจนได้

ตอนสายๆเริ่มจากออกไปเดินร้านหนังสือ จากนั้นก็นั่งรถต่อไปยังถนนของกินเหอตง (河东路美食街) เพื่อไปหามื้อเที่ยงกิน

ที่เลือกไปถนนของกินสายนี้เพราะมีอยู่ในหนังสือท่องเที่ยว แต่น่าเสียดายว่าช่วงนี้ยังเป็นช่วงตรุษจีนอยู่ พวกร้านต่างๆส่วนใหญ่ก็ปิด แต่เราก็ไม่วายถ่ายภาพบรรยากาศมาลงบล็อกจนได้



เมื่อลงจากรถเมล์มาเราก็พบว่าร้านส่วนใหญ่ยังคงปิดตรุษจีน เจออยู่ไม่กี่ร้านที่เปิด



เห็นร้านนึงที่เปิดอยู่เป็นร้านบะหมี่ท่าทางดูน่ากิน จึงรีบเข้าร้านนั้นทันที



ข้างในร้านคนเนืองแน่นมาก เราสั่งแค่บะหมี่ก็ต้องรอตั้งนาน ในภาพนี้เรียกว่า เจียเซียงเซ่าจึเมี่ยน (家乡哨子面) ราคา ๑๐ หยวน ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่นี่



กินเสร็จก็ออกมาเดินดูร้านรอบๆ ร้านอื่นๆก็พอเห็นเปิดอยู่ประปรายแม้ส่วนใหญ่จะปิด





ตรงนี้ปิดทั้งแถบ





แต่พวกห้างร้านขายของเล็กๆอะไรก็เปิดหมด



ห้างเล็กๆอีกแห่ง



ร้านที่เปิดแต่ละร้านก็ดูช่างโดดเดี่ยวจริงๆ





เดินไปเรื่อยๆก็เจอคลอง เมื่อข้ามคลองไปนี่ก็พ้นเขตที่เต็มไปด้วยร้านอาหารแล้ว แต่ก็ยังพอมีร้านอาหารแค่น้อยกว่า




ร้านขายยาก็เปิด



ร้านเค้กก็เปิด



ร้านดอกไม้ก็เปิด



ธนาคารก็... แหงล่ะต้องเปิดอยู่แล้ว



แล้วก็เจอ KFC ซึ่งเปิดตลอดอยู่แล้ว



แม็กโดนัลก็พอๆกันไม่น้อยหน้า ที่จีนร้านทั้งสองนี้ก็เป็นคู่แข่งกัน



หลังจากเดินไปถ่ายรูปไปริมถนนไปเรื่อยๆก็มาถึงท่าขึ้นรถเมล์ เราขึ้นรถเมล์จากตรงนี้ไปที่อื่นต่อ



มาเที่ยวนี้ได้กินบะหมี่อร่อยก็คุ้มดี เพียงแต่น่าเสียดายว่าร้านอื่นๆปิดหมดเลยไม่งั้นคงมีอะไรน่ากินเยอะกว่านี้ ย่านนี้ดูแล้วไม่ใช่ย่านของแพง เสียดายว่าไม่ได้อยู่ใกล้ที่พักเลย มาค่อนข้างลำบาก ไม่งั้นคงจะหาโอกาสมาบ่อยๆ


#ศุกร์ 27 ม.ค. 2012


เขียนต่อจากที่ไปชมสวนจัดแสดงไผ่อันจี๋ (安吉竹博园) มา http://ikamiso.exteen.com/20120128/entry

ยังคงอยู่ที่อำเภออันจี๋ (安吉) จังหวัดหูโจว (湖州)

หลังจากที่ชมสวนจัดแสดงไผ่เสร็จเราก็ได้นั่งรถเมล์ต่อเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง นี่นก็คือทะเลไผ่ยักษ์ (大竹海)

ที่นี่เป็นที่ที่มีต้นไผ่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็นจำนวนมากเต็มภูเขา ความสูงเฉลี่ยของไผ่ที่นี่ราวๆ ๑๐ เมตร สูงมากจนมองธรรมดาไม่เห็นยอดเลย ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะมีแต่ไผ่

ทะเลไผ่ยักษ์นี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านกั๋งโข่ว (港口) ซึ่งอยู่ทางใต้ห่างจากตัวเมืองอันจี๋ออกมาระยะหนึ่ง

การจะไปถึงทะเลไผ่ยักษ์นั้นก่อนอื่นต้องนั่งรถเมล์สำหรับบริการนอกเมืองมายังกั๋งโข่ว ซึ่งถ้านั่งจากเมืองก็จ่าย ๔ หยวน แต่เรานั่งมาจากสวนจัดแสดงไผ่ก็ราคา ๓ หยวน

จากนั้นพอถึงกั๋งโข่วจะมีคนขับรถรับจ้างไปส่งถึงทะเลไผ่ยักษ์ ราคาแพงมากคือ ๑๕ หยวน ทั้งไปกลับก็จ่ายเท่านี้เหมือนกัน และตั๋วค่าผ่านประตูเข้าชมราคา ๔๕ หยวน

ไผ่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นไผ่ขน มีคำกล่าวว่าในแผ่นดินจีนจะหาไผ่ขนให้มาเจ้อเจียง ในเจ้อเจียงจะหาไผ่ขนให้มาที่อันจี๋ ในอันจี๋จะหาไผ่ขนให้มากั๋งโข่ว



เริ่มแรกเรานั่งรถมาลงที่กั๋งโข่ว เป็นหมู่บ้านเล็กๆ





รถตู้บริการไปส่งถึงทะเลไผ่ยักษ์ในราคา ๑๕ หยวน โหดสุดๆ



หน้าประตูทางเข้า



ต้องซื้อบัตรเข้าชมราคา ๔๕ หยวนที่นี่




ก้าวแรกที่เข้ามาถึงเราก็ผิดหวังทันที เพราะเขากำลังก่อสร้างทางเดินอยู่ ภาพที่ได้เห็นจึงไม่สวยเลย แต่ไม่เป็นไรเพราะตรงนี้เป็นแค่ทางเดิน เดี๋ยวพอเข้าป่าไผ่ไปก็ไม่เห็นอะไรแล้ว



ข้างในมีสระน้ำขนาดเล็กที่คนมาเล่นกันโดยเข้าไปในบอลใสๆแล้วลอยเล่นในน้ำ น่าสนุกดีนะ




รถลากวัว



ระหว่างทางเดินเพื่อขึ้นไปบริเวณทางขึ้นป่าไผ่ทางเดินดูไม่ค่อยสวยเท่าไหรเพราะกำลังก่อสร้าง แต่พอมองไปไกลๆจะเห็นแต่ป่าไผ่ก็สวยดี



ป่าไผ่อยู่ข้างหลังนี้เอง



ระหว่างทางก็เจอร้านขายของที่ระลึกแล้วก็ร้านชา



บ่อมังกรที่ให้คนโยนเหรียญ เป็นทางหาตังของสถานที่ท่องเที่ยวที่พบได้ในหลายๆที่จริงๆ



มีระเบียงทางเดินยาว (长廊, ฉางหลัง) ด้วย




น้ำตกเล็กๆ



แล้วก็ถึงส่วนสำคัญสักที นั่นคือทางขึ้นเขาชมป่าไผ่



เริ่มต้นเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จากนี้ไปเราจะเจอแต่เพียงต้นไผ่เต็มไปหมด



จะไปทางไหนก็เจอแต่ไผ่




มีแต่ไผ่จริงๆ




บางบริเวณผู้คนก็พลุกพล่าน



ที่เห็นอยู่ตรงนี้คือรางรถรางสำหรับขึ้นมาข้างบนโดยไม่ต้องปีน แต่ค่าบริการแพงเอาการ เดินเอาชมบรรยากาศดีกว่า คุ้มกว่าเยอะ



ท่าขึ้นรถรางด้านบนสุด



และแล้วก็ปีนเขามาถึงด้านบนสุด ตรงนี้จะเจอกับหอคอยให้ปีนสูงขึ้นไปเพื่อชมวิว ถ้าไม่มีหอนี้แม้จะปีนขึ้นมาสูงขนาดนี้ก็มองไม่เห็นวิวอะไร เพราะต้นไผ่รอบๆก็บังหมด ต้องขึ้นไปบนหอที่สูงกว่าดงไผ่



ปีนขึ้นไป



เมื่อขึ้นไปข้างบนแล้วมองลงมา วิวข้างล่างช่างสวยงาม ได้เห็นก็รู้สึกคุ้มกับทีอุตส่าห์ปีนขึ้นเขามา







ส่วนวิวใกล้ๆนั้นไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เพราะเขากำลังก่อสร้างอยู่



จบ ที่เหลือก็เดินลงเขาแล้วกลับไปที่เดิม




เมื่อลงมาถึงเราถามคนข้่างล่างว่ามันหมดแล้วหรือ มีแค่นี้เองหรือ เขาบอกว่ามีแค่นี้แหละที่นี่ ขึ้นเขาไปชมทะเลไผ่จากด้านบน แล้วก็จบ แต่ถ้ายังไม่พอใจจะเดินไปทางป่าไผ่ทางโน้นเดินเล่นก็ได้ แต่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

เราจึงเดินไปดู ตรงนี้ก็เจอกับทางเข้าป่าไผ่ที่เป็นทางเดินไกลต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีใครเดินไปเลย คงจะไม่มีอะไรจริงๆ เราจึงตัดสินใจไม่เดินไป



แล้วเราก็เดินกลับไปเรียกรถเพื่อกลับไปยังตัวหมู่บ้านบริเวณที่รอรถเมล์กลับตัวเมืองได้ ค่ารถ ๑๕ หยวนเหมือนตอนมา เราถามคนขับว่ามันมีแค่นี้จริงๆหรือเพราะอ่านในคู่มือท่องเที่ยวแล้วมันน่าจะมีเขื่อนเก็บน้ำในนี้ด้วย ไม่ใช่แค่มีแต่ไผ่ เขาก็บอกว่าอันนั้นกำลังสร้างอยู่ เราก็เลยเข้าใจว่าไอ้ที่กำลังก่อสร้างอยู่ก็คือเกี่ยวกับไอ้นี่แน่เลย เราคงจะมาเร็วไป

อย่างไรก็ตาม หลังเที่ยวที่นี่จบไปมีความรู้สึกไม่คุ้มเท่าไหร่จริงๆหากจะมาเที่ยวที่นี่ แม้ทะเลไผ่จะสวยงามมากก็ตาม เพราะค่าผ่านประตูก็คือ ๔๕ หยวนแล้ว ค่าเดินทางรถเมล์จากตัวเมืองอันจี๋มาตัวหมู่บ้านกั๋งโข่วก็ ๔ หยวน ค่ารถรับจ้างจากตัวหมู่บ้านไปทางเข้าทะเลไผ่ยักษ์ก็ ๑๕ หยวน ไปกลับรวมแล้ว ๓๘ หยวน รวมทั้งหมดเป็น ๘๓ หยวน ถือว่าแพงไม่น้อยทีเดียว นี่ยังไม่นับรวมค่านั่งรถเพื่อเดินทางมายังอำเภออันจี๋

แล้วเราก็นั่งรถเมล์กลับมาตัวเมือง ก็มาเดินหาอะไรกินที่ตลาดข้างๆสถานี



แวะทานเสี่ยวหลงเปาก่อนกลับ



เสร็จแล้วก็ไปที่ท่ารถรอรถเพื่อกลับหังโจว เป็นอันจบการเดินทางท่องเที่ยวในแดนไผ่อันจี๋



#ศุกร์ 27 ม.ค. 2012

เมื่อวานนี้ก็ได้ไปเที่ยวต่างเมืองมาอีกแล้ว คราวนี้สถานที่ที่ไปค่อนข้างจะเป็นชนบทมากทีเดียว

ครั้งนี้เที่ยวในอำเภออันจี๋ (安吉县) ตั้งอยู่ห่างจากหังโจว ๖๕ กิโลเมตร อยู่ในจังหวัดหูโจว (湖州) ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ทางเหนือของหังโจว

อำเภออันจี๋นั้นมีชื่อเสียงมากเรื่องไผ่ สถานที่เที่ยวในอันจี๋จึงล้วนเกี่ยวกับไผ่ สำหรับที่เที่ยวที่่เราไปมามีสองที่คือสวนจัดแสดงไผ่ (竹博园, จู๋ปั๋วหยวน) กับทะเลไผ่ยักษ์ (大竹海, ต้าจู๋ไห่)

หน้านี้จะเขียนถึงสวนจัดแสดงไผ่ก่อน สถานที่นี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก วิธีการไปไม่ยาก นั่งรถเมล์จากท่าขึ้นรถในเมืองประมาณสิบนาทีก็ถึง ค่ารถ ๒ หยวน รถจะพาไปส่งที่ด้านหน้าทางเข้าตรงฝั่งถนนใหญ่ต้องเดินต่อเข้าไปเอง

สวนจัดแสดงไผ่นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน ข้างในเป็นที่ที่ปลูกไผ่นานาชนิดเอาไว้ให้เดินเข้าไปชมกัน นอกจากนี้พูดถึงไผ่แล้วคนจีนก็จะนึกถึงแพนด้า ใช่แล้วที่นี่มีเลี้ยงแพนด้าไว้ด้วย นอกจากนี้ภายในก็มีสวนสนุก และมีพิพิธภัณฑ์

ค่าผ่านประตูของที่นี่คือ ๘๐ หยวน ถือว่าแพงมากทีเดียว แต่ถ้าจองล่วงหน้าในเว็บละก็จะลด ๑๐% เหลือ ๗๒ หยวนซึ่งก็ยังแพงอยู่ดี แต่ก็ยังดีกว่าไม่ลดเลย ครั้งนี้เราวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนมาจึงได้จองไว้เรียบร้อย



การไปถึงอันจี๋นั้นต้องนั่งรถบริการข้ามเมืองเท่านั้นเพราะไม่มีทางรถไฟไปถึง การเดินทางใช้เวลาราวๆ ๑ ชั่วโมง ๑๕ นาที โดยขึ้นรถจากท่ารถสถานีเหนือของหังโจว (杭州汽车北站)

เริ่มจากซื้อตั๋วเพื่อนั่งรถไปอันจี๋ รถมีออกทุก ๑๐ นาที ถือว่าถี่มาก แทบไม่ต้องจองล่วงหน้าเลย



รถจะใช้เวลาประมาณ ๗๕ นาทีเพื่อมาถึงอันจี๋ มาลงที่ท่ารถกลางเมืองอันจี๋



พอเราลงมาถึง ข้างๆนั้นเป็นตลาด มีของขายมากมาย มีร้านอาหารด้วย



เห็นร้านเขาขายสัตว์เลี้ยงกันด้วย น่ารักดีแต่ก็น่าสงสารอยู่ในกรง




เราก็ถือโอกาสแวะทานข้าวสักหน่อยก่อนจะไปลุย



ข้าวผัดไข่ธรรมดา ราคา ๖ หยวน ไม่ถูกไม่แพง ไม่ว่าจะซื้อที่ปักกิ่งหรือหังโจวก็ได้ราคาประมาณนี้ แต่วันนี้เขาคิดเพิ่มพิเศษอีก ๒ หยวนเนื่องจากเป็นช่วงตรุษจีน กลายเป็น ๘ หยวน เพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย



ท่าขึ้นรถ ไม่ว่าจะเดินทางไปสวนจัดแสดงไผ่หรือทะเลไผ่ยักษ์ หรือตอนที่จะเดินทางกลับหังโจว ล้วนแต่ต้องมาขึ้นที่นี่



รถพาเรามาลงที่ริมถนนใหญ่หน้าปากทางเข้าสวนจัดแสดงไผ่ จากนั้นเราก็ต้องเดินเข้าไปเอง

ต้องเข้ามาลึกพอควร ระหว่างทางก็เดินผ่านเขื่อน




เดินเข้าไปตามทางเรื่อยๆ



แล้วก็มาถึงหน้าทางเข้า




ช่องขายตั๋ว ราคาตั๋ว ๘๐ หยวน แต่เราจองผ่านเน็ตไว้ล่วงหน้าก็จ่ายแค่ ๗๒



เข้ามาถึงด้านหน้ามีไก่ไผ่ขนาดใหญ่



แผนที่ ตอนแรกดูแล้วคิดว่าน่าจะกว้างมากเลย แต่ที่จริงก็ไม่ใหญ่มากเท่าไหร่



ป้ายรูปแพนด้ามีอยู่เต็มไปหมดที่นี่



จากตรงนี้มองไปทางไหนก็มีแต่ไผ่เต็มไปหมด





สะพานก็ทำจากไผ่



เจอแพนด้าแล้ว! เอ้ยไม่ใช่ นี่มันแค่รูปปั้น



เมื่อมองไปรอบๆอาจเห็นว่ามีแต่ไผ่เหมือนกันเต็มไปหมด แต่หากมองในระเอียดแล้วมันต่างกัน ภายในนี้จะมีป้ายบอกว่าไผ่ส่วนไหนเป็นพันธุ์อะไรด้วย

อย่างเช่นอันนี้คือเหมาจู๋(毛竹) หรือไผ่ขน  Phyllostachys heterocycla



เฮวย์จู๋ (灰竹) หรือไผ่เทา P.nuda McClure



จื่อจู๋ (紫竹) หรือไผ่ม่วง Phyllostachys nigra ทางซ้าย และหฺวางกันอู่ปู่จีจู๋ (黄秆乌哺鸡竹) Phyllostachys vivax McClure cv. aureocaulis ทางขวา



ลวี่ผีหฺวางจินจู๋ (绿皮黄筋竹) Phyllostachys sulphurea



เซี่ยวเซวิ่นหจู๋ (孝顺竹) Bambusamultiplex(Lour.)RaeuschelexJ.A.etJ.H.Schult.



หฺวางผีลวี่จินจู๋ (黄皮绿筋竹) Phyllostachys viridis cv.Youngii



อูจู๋ (乌竹) Phyllostachys varioauriculata S. C. Li et S. H Wu



จินเซียงยวี่จู๋ (金镶玉竹) Phyllostachys aureosulcata f. spectabilis



พอก่อนดีกว่า คงไม่มีใครคิดว่าเราจะอุตส่าห์ไปถ่ายต้นไผ่หมดสวนเพื่อเอามาลง มันมีเยอะ

ตึกนี้สำหรับปีนขึ้นไปด้านบนเพื่อสังเกตการณ์ชมวิวจากที่สูง



แต่ด้านใน่ชั้นแรกก็ถือโอกาสทำเป็นร้านขายของ



รอบๆปลูกบนไซเต็มเลย



เมื่อขึ้นไปแล้วทอดมองออกไปไกล





ตรงนี้มีการแสดงนกให้ชมด้วย แต่น่าเบื่อไม่มีอะไรเลย



มีเอานกมาเล่นบาสกัน



ให้นกขับจักรยาน



ปิดท้ายด้วยการบอกให้ผู้ชมชูธนบัตร ๑๐ หยวนขึ้น แล้วนกจะไปเกาะที่มือพร้อมคาบเงินไป เป็นวิธีการหาเงินที่ฉลาดดี



ที่นั่งให้ถ่ายรูปคู่กับนกสวยงาม


ทางเดินต่อไป




ถึงสวนที่มีแพนด้าแล้ว



เห็นไกลๆ เขากำลังมุงอะไรกัน



ใช่แล้ว แพนด้าตัวจริงเสียงจริง แต่จากมุมนี้ไกลไปหน่อยแถมหันหลังให้อีก



ต้องเข้าไปดูจากฝั่งที่เป็นอาคาร



และแล้วก็ได้เห็นแพนด้าระยะใกล้ เราเคยเห็นแพนด้ามาหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นแพนด้าออกมาเดินเล่นด้านนอก ที่อื่นเลี้ยงไว้ในตู้กระจกหมดเลย



ร้านขายของที่ระลึกที่มีแต่แพนด้าล้วนๆ



เดินต่อมาก็ถึงบริเวณที่เป็นสวนสนุก



มีล่องเรือเล่นด้วย



สะพานข้่างหน้านี่น่ากลัว มันแกว่งไปมาได้ เดินข้ามต้องระวังเต็มที่ เขามีป้ายติดเตือนว่าห้ามข้ามพร้อมกันเกิน ๑๐ คนด้วย คนที่ยืนข้างหน้าเขายืนเกะกะมากยืนขวางทางสั่นสะพานเล่น คนจะผ่านก็ต้องรอ



ตรงนี้ก็เป็นทะเลสาบ สวยดี



สะพานแบบเดียวกับอันเมื่อกี้ แต่ยาวกว่า อันตรายกว่า เสียวกว่า



ข้ามกันเต็มไปหมด เห็นแล้วเสียวแทน



แล้วตรงนี้ก่อนหน้าทางออกก็เจอลานแข่งรถ



แล้วก็เดินจนทั่ว มาที่ทางออก หน้าทางออกมีพิพิธภัณฑ์ไผ่ให้เข้าไปดูกัน



เข้าไปถึงก็เจอต้นไผ่ขนาดยักษ์ ต้นนี้เขาเรียกว่า จวี้หลงจู๋ (巨龙竹) แปลว่าไผ่มังกรยักษ์ Dendrocalamus sinicus



ข้างในจัดแสดงผลงานงานฝีมือที่ทำจากไผ่ไว้มากมาย







แล้วก็ออกมาข้างนอก เจอร้านขายของที่ระลึกอยู่ประปราย



เสร็จแล้วเราก็ต้องเดินออกไปริมถนนใหญ่เพื่อรอรถเมล์ไปยังทะเลไผ่ยักษ์ต่อ ระหว่างทางก็หลงทางแต่สุดท้ายก็ออกมาสู่ถนนใหญ่จนได้

ตอนต่อไปจะพาไปชมทะเลไผ่ยักษ์ ภูเขาที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไผ่ขนาดใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา มาเที่ยวอันจี๋นั้นไม่ต้องคิดอะไรมากนอกจากมาชมไผ่

อ่านต่อ
http://ikamiso.exteen.com/20120129/entry