Supreme Candy - ยูริ (ช่วงต้น)

posted on 07 Nov 2009 12:49 by ikamiso  in honyaku, visualnovel

เขียนต่อจากหน้า >>Supreme Candy - ก่อนเข้าเนื้อเรื่องแยก

 

หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ยุมิเนะก็ชวนยูไปเดินเล่นที่ย่านร้านค้าต่อเพื่อทานชูครีม จากนั้นก็ชวนไปทานขนมปังใส้ถั่วแดงต่อ ในระหว่างนั้นยูก็พูดถึงว่าการทำขนมปังเนี่ยไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยเหมือนกันนะ ทั้งว่าทำไมต้องนวด ทั้งว่าทำไมถึงต้องพอง ทั้งหมดนี้อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ทั้งนั้นเลย

พอพูดคำว่า วิทยาศาสตร์ ออกไป ยูริก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทันที ดูเหมือนเธอจะไวต่อคำนี้มากพอดู ยูหลุดปากเผลอพูดชื่อเธอออกไปทั้งๆที่อยู่ในร่างปกติ ทำให้เธอถามว่าทำไมถึงรู้จักชื่อเธอได้ล่ะ ยุมิเนะจึงมาช่วยแก้ตัวให้ว่าตัวเองเป็นคนบอกชื่อเธอไปเอง ยูริจำได้ว่าเจอกับยูเมื่อเช้าและก็เข้ามาขอจับมือด้วยอย่างสนิทสนม

ยุมิเนะถามยูริว่าอยู่ดีๆมีอะไรเหรอ เธอตอบว่าพอดีวันนี้ได้ยินพูดถึงวิทยาศาสตร์ ก็เลยกะว่าจะทำการทดลองที่นึกออกขึ้นมาได้สักหน่อย จากนั้นเธอก็เอากล่องที่เก็บผึ้งไว้นั้นออกมาจากกระเป๋า ยุมิเนะเห็นก็ตกใจและรีบห้ามเอาไว้ทันที เธอบอกว่าเธอเกลียดแมลง พอยูริได้ยินดังนี้ก็ทำหน้าเสียดาย แล้วก็เปลี่ยนเป็นเอาสัตว์ชนิดอื่นออกมาแทน ซึ่งก็คือจิ้งจกน้ำพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cynops pyrrhogaster ปรากฏว่ายุมิเนะก็ยังตกใจอยู่ดี สรุปว่าเธอไม่ได้กลัวแค่แมลงอย่างเดียว

เธอยังบอกอีกว่าเจ้าตัวนี้มันมีเทโทรโดท็อกซินซึ่งเป็นพิษที่ทำให้ถึงตายได้อยู่ด้วย ยูเลยถามว่าไม่อันตรายเหรอแบบนี้ เธอเลยบอกว่าแค่สัมผัสไม่เป็นอะไรหรอก ล้างมือก่อนทานข้าวให้เรียบร้อยก็ปลอดภัยแล้ว แต่เธอก็บอกว่าตัวเองค่อนข้างทนพิษได้มากกว่าปกติอยู่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้คนอื่นเอาอย่างหรอก

จากนั้นยุมิเนะก็ชวนกลับบ้านด้วยกัน เมื่อถามดูก็รู้ว่าบ้านยูริอยู่ที่สวนสาธารณะชินสึนาคามิงาวะ ซึ่งกลับทางเดียวกับบ้านยู ยุมิเนะกระซิบกับยูว่าให้ช่วยเป็นเพื่อนกับเธอด้วย เพราะจากเรื่องที่เล่ามาเมื่อตอนที่เล่นกันว่าเธอมักจะถูกแกล้ง แม้เจ้าตัวจะไม่คิดมากอะไรแต่ก็ไม่อยากปล่อยเอาไว้ เธอยังบอกว่าที่จริงตัวเองก็อยากช่วยแต่เพราะว่าไม่ชอบแมลง แถมยังไม่ชอบสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำแล้วก็สัตว์เลื้อยคลานด้วย

ยูแย้งว่าคนดีพร้อมสมบูรณ์แถมน่ารักอย่างยูริน่ะหรือจะมาเป็นเพื่อนกับตัวเองได้ อาจทำให้เธอรู้สึกรังเกียจเสียเปล่าๆ ทำให้ยุมิเนะทำท่าไม่พอใจตอบกลับไปว่ายูน่ะไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก ไม่งั้นตัวเธอเองซึ่งมาเป็นเพื่อนด้วยก็เป็นคนแย่ด้วยน่ะสิ ทำให้ยูรู้สึกดีใจและขอบคุณยุมิเนะมากที่ยอมรับเขาเป็นเพื่อนด้วย

สักพักยูริซึ่งฟังอยู่ข้างๆก็เข้ามาพูดแทรกบอกว่าเธอเองก็อยากเป็นเพื่อนกับยูเหมือนกัน ดังนั้นไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นยุมิเนะก็ขอตัวแยกไปอีกทาง แล้วยูกับยูริก็เดินกลับบ้านด้วยกัน

จากนั้นก็เดินมาถึงสวนสาธารณะ ยูแปลกใจที่บ้านของยูริอยู่ในสวนสาธารณะซึ่งไม่น่าจะมีใครอยู่แบบนี้ เขาเดินตามเธอมาเรื่อยๆจนถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งดูแล้วเหมือนกับเป็นคฤหาสน์แบบตะวันตกซึ่งตรงกลางมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ทีแรกยูคิดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ของสวนสาธารณะแต่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้

ยูริบอกว่าที่นี่คือบ้านของเธอนั่นเอง ทำให้ยูตกใจว่าเธอมีฐานะขนาดนี้เชียวหรือ พ่อแม่ซึ่งเป็นนักวิชาการคงจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากเลย

สักพักยูก็นึกขึ้นมาว่าเหมือนเคยเห็นบ้านหลังนี้ที่ไหนมาก่อน จึงถามว่ายูริย้ายมาอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอบอกว่าเมื่อสิบปีก่อน ยูจึงถามว่าเธอเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า เธอตอบว่าเพิ่งเจอเมื่อเช้านี้เอง แต่ยูก็ยังรู้สึกสงสัยอยู่ดี แต่เขาก็จำได้ว่าไม่เคยเจอยูริมาก่อนเช่นกัน

จากนั้นยูก็กลับมาบ้าน ระหว่างที่กำลังคิดเรื่องนี้อยู่ต่อไปสักพัก คุณพ่อก็เข้ามาหาเพราะสังเกตได้ว่าวันนี้ยูดูมีท่าทีร่าเริงเป็นพิเศษ และก็ดูออกทันทีว่าเป็นเพราะผู้หญิงนั่นเองสินะ ยูพยายามกลบเกลื่อนแต่ไม่สำเร็จจึงต้องเล่าความจริงไป พอยูบอกชื่อของเธอให้พ่อฟังว่าชื่อทสึยุกิ ยูริ พ่อก็บอกว่ารู้สึกเหมือนเป็นชื่อที่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่ก็รู้สึกแปลกๆ ยูเลยบอกพ่อไปว่าที่จริงแล้วอาจจะคุ้นชื่อพ่อแม่ของเธอก็ได้ เพราะเห็นว่าเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียง

พ่อกลับตอบได้ทันทีว่านักวิชาการที่ว่านี่คือเป็นนักชีววิทยาสินะ พอยูตอบว่าใช่เขาก็กลับทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพัก แต่สุดท้ายก็กลับตอบว่าสงสัยตัวเองจะเข้าใจผิดไปเอง และยิ่งพอยูบอกว่าบ้านอยู่ใกล้และเป็นนักเรียนโรงเรียนเซนต์ลีอง เขาก็ยิ่งยืนยันว่าไม่น่าจะใช่ ทิ้งยูให้งงว่าพ่อกำลังคิดอะไรอยู่นะ

วันต่อมายูเล่าเรื่องที่ไปบ้านของยูริให้ยุมิเนะฟัง เธอฟังแล้วก็แปลกใจเหมือนกันว่ามีบ้านใหญ่ขนาดนี้ด้วย ยูบอกยุมิเนะด้วยเรื่องที่ว่าตอนที่ได้เห็นบ้านของยูริแล้วก็กลับรู้สึกแปลกๆขึ้นมา บางทีอาจเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับตอนที่เจอฮาเนอิ ราวกับว่ายูเคยเจอทั้งฮาเนอิและยูริที่ไหนมาก่อน และยังรู้สึกว่าทั้งสองคนมีอะไรที่คล้ายๆกันอยู่

แล้ววันนี้ทุกคนก็ไปเล่นกันตามปกติ ยูริเอาสัตว์แปลกๆออกมาเล่นอีกเช่นเคย วันนี้เป็นค้างคาว เล่นเอายูตื่นตกใจอีกเช่นเคย

หลังเลิกเล่นเสร็จยูก็เดินออกจากโรงเรียน แต่ในตอนนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมคืนปืนฉีดน้ำที่ยืมมาจากโควตะคุงตอนเล่นด้วยกัน จึงย้อนกลับไปเพื่อจะเอาไปคืนแต่ก็ไม่อยู่แล้ว กลับเจอยูริอยู่กับฮาเนอิ ทั้งสองคนกำลังจะกลับบ้านพอดี ยูริพูดถึงขึ้นมาว่าบ้านฮาเนอิก็อยู่ใกล้กันด้วยนี่เลยชวนกลับด้วยกันและก็ชวนยูกลับด้วย

ระหว่างทางยูริกับฮาเนอิจะคุยถามกันว่าบ้านอยู่ที่ไหน ยูริบอกว่าเห็นฮาเนอิมาจากทางริมฝั่งน้ำเสมอก็เลยรู้ว่าบ้านน่าจะอยู่ทางนี้ ฮาเนอิเลยตอบไปว่าบ้านเธออยู่ที่ริมฝั่งน้ำนี่ล่ะ ยูได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลกใจว่าบ้านอยู่ริมฝั่งน้ำเนี่ยนะ แต่ยูริกลับไม่มีทีท่าแปลกใจเลย ฮาเนอิถามบ้างว่าบ้านยูริอยู่ไหน พอเธอตอบว่าอยู่ที่สวนสาธารณะชินสึนาคามิงาวะ ฮาเนอิก็ไม่มีท่าทีประหลาดใจเช่นกัน ทิ้งให้ยูงงอยู่คนเดียว

วันต่อมา หลังเลิกเรียนยูกำลังจะเข้าไปในห้องชมรมเพื่อทานชูเพรมแคนดีให้เป็นเด็กเหมือนอย่างเคย แต่เมื่อเข้าไปก็กลับพบหัวหน้าชมรมอยู่พอดี ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนร่างได้จึงต้องไปหาที่อื่น

ขณะที่ยูเดินออกมานอกโรงเรียนเพื่อจะไปหาที่เพื่อทานชูเพรมแคนดีนั้น เขาก็เดินไปที่หลังโรงเรียนแล้วบังเอิญไปเห็นยูริกำลังโดนเพื่อนนักเรียนเล่นงานอยู่ โดยเธอเป็นฝ่ายโดนด่าและเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่ตอบโต้อะไรเลย ยูเห็นดังนั้นจึงรีบคิดหาทางช่วยเธอ ในที่สุดเขาก็นึกออกว่าเขามีปืนฉีดน้ำที่โควตะคุงลืมเอาไว้ ยูแอบหลบอยู่ที่พุ่มไม้ข้างๆเปลี่ยนเสื้อผ้าและทานชูเพรมแคนดีให้เป็นเด็ก จากนั้นจึงเอาปืนฉีดน้ำไล่ยิงเด็กเกเรพวกนั้นจนหนีไป

หลังจากนั้นยูก็คุยกับยูริถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมเธอถึงไม่ตอบโต้อะไรเลย เธอตอบว่าแค่นี้ไม่ทำให้เธอเจ็บหรอก เพราะเธอไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น และมันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่จะโดนรังเกียจเพราะว่าเธอไปชอบสัตว์ที่คนอื่นเขาเกลียดกัน

จากนั้นยุมิเนะก็เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นเข้าไปทำอะไรที่หลังโรงเรียนกัน ยูตั้งใจจะเล่าความจริงไป แต่ยูริกลับห้ามเอาไว้ แล้วก็ตอบว่าไปดูตัวอ่อนแมลงช้างมา ที่หลังโรงเรียนมีอยู่เยอะ พอเธอกำลังจะสาธยายต่อ ยุมิเนะก็ทำท่ากลัวและรีบหนีไปทันที

ยูริบอกว่าเธอน่ะไม่เป็นอะไรหรอกแม้ว่าจะมีใครมาทำร้าย แต่สำหรับยุมิเนะแล้วถ้าหากว่าต้องมายุ่งเรื่องของเธอจนต้องโดนลูกหลงไปด้วยก็คงจะแย่ ดังนั้นจึงไม่อยากให้เธอมายุ่งด้วย ยูสงสัยว่าทำไมยูริถึงดูมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองจัง ทั้งที่ดูจากภายนอกก็เห็นเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง

ระหว่างที่คุยกันอยู่ก็มีน้ำหยดลงมาใส่ยูริ พร้อมกับได้ยินเสียงของพวกคนที่ทำร้ายเธอเมื่อครู่ ดูเหมือนเธอจะถูกแกล้งอีกแล้ว ทำให้ยูซึ่งเห็นภาพรู้สึกโมโหแทน

ฮาเนอิมาเห็นยูริกำลังตัวเปียกโชกขึ้นเลยทักถามว่าเป็นอะไร เธอก็บอกแค่ว่าหกล้มซุ่มซ่ามไปจมน้ำ ฮาเนอิบอกให้ยูริไปอาบน้ำ พอเธอได้ยินปุ๊บก็รีบหนีไปทันที เพราะเธอไม่ชอบการอาบน้ำ

ยูริวิ่งหนีออกนอกโรงเรียนไป เธอวิ่งหนีไปด้วยความเร็วที่ขนาดยูยังตกใจ หลังจากไล่ตามสักพักในที่สุดฮาเนอิก็จับตัวยูริเอาไว้ได้ ยูงงนิดหน่อยว่าทำไมฮาเนอิถึงได้อ้อมมาดักจับยูริตรงนั้นได้ แต่เธอก็บอกว่าใช้ทางลัดเอา

จากนั้นทั้งสามคนก็เข้าไปยังที่อาบน้ำสาธารณะกันเพื่ออาบน้ำล้างตัวกันหลังจากที่เหนื่อยจากการวิ่งไล่จับ แล้วก็แยกย้ายกันกลับ

ยูเดินไปส่งยูริที่บ้าน พอไปถึงเขาก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับเมื่อวาน พอถามถึงสระน้ำที่อยู่ตรงกลางนั้น ยูริก็บอกว่านั่นไม่ใช่สระน้ำแต่เป็นถังเก็บน้ำ ความลึกถึงประมาณยี่สิบเมตรดังนั้นถ้าตกลงไปก็คงแย่ ยูได้ยินแล้วก็ตกใจว่าทำไมมันถึงลึกขนาดนี้ สักพักก็สังเกตเห็นว่าสระนี้มันดูเบี้ยวๆไม่เป็นด้านเท่า เธอบอกว่าสระนี้ประกอบจากรูปสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า เรียกว่าเป็นแทรเปโซเฮดรอน แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมว่าหมายถึงอะไร

ยูถามว่ามีสระแบบนี้อยู่ก็คงต้องดูแลลำบากแย่สินะ เธอก็บอกว่าใช่ วันหยุดต้องเสียเวลาทั้งวันเลย แล้วก็ชวนยูว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด อยากให้มาช่วยสักหน่อย

วันต่อมายูตื่นมาอย่างอารมณ์ดีจนพ่อดูออกว่าต้องนัดพบผู้หญิงไว้แน่นอน พ่อถามว่าไปเดทงั้นสินะ ยูก็ตอบว่าไม่ใช่แค่ไปซื้อของอะไรกันนิดหน่อย เพราะว่าที่บ้านยูรินั้นมีตัวอะไรอยู่เต็มไปหมดเลยมีของที่จำเป็นมากมาย พอได้ยินพ่อก็เลยถามว่าเพราะพ่อแม่ของเธอเป็นนักชีววิทยาสินะ และถามว่าบ้านของเธอมีตัวตนอยู่จริงๆหรือเปล่า ยูสงสัยว่าทำไมพ่อถึงถามแปลกๆแบบนั้น พอตอบไปว่าอยู่ที่สวนสาธารณะ พ่อก็ตอบว่าไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีบ้านแบบนี้อยู่ด้วย ตกใจเหมือนกัน แล้วพ่อก็ถามย้ำอีกครั้ง ยูสงสัยว่าทำไมพอพูดถึงยูริพ่อจะดูมีท่าทีแปลกแบบนี้ทุกที

จากนั้นยูก็มาถึงบ้านยูริในตอนเย็น วันนี้เธอใส่ชุดไปรเวท ยูได้เห็นแล้วก็ตะลึงในความน่ารักของเธอ

จากนั้นยูริก็พามาแถวริมฝั่งน้ำ และก็เดินหายเข้าไปในกลางดงของต้นเซย์ตากาอาวาดาจิโซว ยูก็ตามไปติดๆโดยจับเส้นเชือกที่ห้อยออกมาจากหมวกของยูริ เธอบอกว่าให้จับเอาไว้ให้ดีๆ ถ้าปล่อยเมื่อไหร่คือตาย ยูก็คิดว่าคงจะแค่ล้อเล่น แล้วก็ถามว่าทำไมแค่จะมาหาอาหารเลี้ยงสัตว์ถึงต้องเข้ามาในที่แบบนี้ด้วยล่ะ แต่ในตอนนั้นก็มองเห็นทางออกพอดี

พอออกมาจากดงของต้นเซย์ตากาอาวาดาจิโซวก็พบว่ายูริหายไปเสียแล้ว แถมตัวเองมาโผล่ในที่ที่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน สักพักยูก็เริ่มรู้สึกตัวว่าหมวกที่ตัวเองจับเชือกเอาไว้นั้นได้กลายเป็นสัตว์แปลกๆที่ไม่รู้จักไปเสียแล้ว

พอเดินในเมืองไปเรื่อยๆ ก็มีความรู้สึกว่าภาพที่เห็นนั้นเหมือนจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย แต่ก็เหมือนกับไม่รู้จักอยู่ดี สักพักก็พบผู้คนกำลังเดินอยู่เหมือนเป็นวงดนตรีเดินแห่อยู่ แต่พอพยายามจะวิ่งตามก็กลับตามไม่ทัน

ยูลองสังเกตลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองจูงมาด้วยอีกที ก็รู้สึกว่ามันคล้ายจะเป็นกระต่าย แต่กลัวร้องมิวๆ ยูตัดสินใจเดินตามไปในทางที่มันนำ เพราะมีความรู้สึกว่าอาจจะดีกว่าเดินไปเรื่อยๆโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง จนในที่สุดก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นโรงเรียนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

พอมาถึงก็พบยูริกำลังรออยู่ และเจ้าตัวประหลาดนั้นก็ขึ้นไปอยู่บนหัวเธอทันที เธอแนะนำให้รู้จักว่าเจ้าตัวนี้ชื่อว่าลูซิเฟอร์ ปกติจะอยู่ในสภาพของหมวกรูปหูกระต่ายตลอด แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่านั้น

จากนั้นพอเข้ามาข้างในโรงเรียนก็เจอกับฮาเนอิ เธอบอกว่าจะไปหอสมุด ยูริก็บอกว่าตัวเองก็กำลังจะไปหอสมุดอยู่เหมือนกัน ยูสงสัยว่าไปทำอะไรกันที่หอสมุด ทั้งๆที่บอกว่าจะไปหาอาหารปลา แต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ จากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางไปยังหอสมุดกัน

พอเดินผ่านอาคารเรียนมาก็พบทางเข้าหอสมุดอยู่ ดูจากภายนอกก็ไม่ได้ใหญ่อะไร แต่พอเข้ามาก็กลับพบว่าเป็นหอสมุดที่ใหญ่โตมโหราฬมาก มีหนังสือวางเรียงอยู่เต็มไปหมด ถ้าเดินไม่ระวังคงจะหลงเอาได้แน่

พอเข้ามาถึงยูริกลับบอกว่าให้เปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำ จากนั้นก็พาลงมายังชั้นใต้ดิน ผ่านบันไดเลื่อนที่เป็นลักษณะเกลียวๆลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อลงมาถึงภาพที่เห็นคือด้านข้างเป็นน้ำ ดูราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แต่พอลองมองดูแล้วสิ่งที่ว่ายอยู่นั้นกลับเป็นหนังสือ แถมไม่มีผนังกั้นระหว่างอากาศกับน้ำโดยรอบด้วย

ยูริบอกว่านี่เป็นหนังสือที่เก็บข้อมูลของโลกที่เป็นไปได้ทั้งหมดเอาไว้ ทั้งหมดถูกเก็บอยู่ในแหล่งน้ำนี้คือข้อมูลทั้งหมดที่อาจเป็นจริงขึ้นมาได้ ยูฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่เธอพูดนัก

จากนั้นยูริก็พายูเข้าไปในแหล่งน้ำนั้น พอเข้ามาก็พบว่าหายใจได้ตามปกติ เธอบอกว่าเรามาที่นี่เพื่อไล่จับหนังสือ อย่าส่งเสียงดังเดี๋ยวหนังสือจะหนีไป

ระหว่างนั้นอยู่ดีๆก็มีหนังสือว่ายเข้ามาโจมตี ยูริบอกว่านั่นดูเหมือนจะเป็นหนังสือที่คนวางไว้ผิดที่ ให้ระวังตัวให้ดี ถ้าโดนเล่นงานเข้าละก็อาจถึงตายได้ เธอบอกว่าให้ยูหนีไป แต่ยูไม่หนีแต่กลับพยายามที่จะจับมัน

หลังจากที่วุ่นวายอยู่สักพักในที่สุดยูก็จับหนังสือเล่มนั้นไว้ได้สำเร็จ หลังจากนั้นทุกคนก็เลือกหนังสือที่ต้องการเรียบร้อยและกลับขึ้นไปข้างบน

เมื่อขึ้นไปก็ไปพบกับบรรณารักษ์ของหอสมุดเพื่อจะขอยืมหนังสือ เขามีชื่อว่าโบลเฮส พอยูถามถึงเกี่ยวกับหอสมุดนี้เขาก็เล่าให้ฟังว่าที่นี่เป็นแหล่งเก็บพวกข้อมูลจดบันทึกไว้เป็นจำนวนมหาศาลมากมายจนแม้แต่ตัวเองก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามีหนังสืออยู่กี่เล่ม

หลังจากเสร็จธุระทั้งสามคนก็ออกมาจากหอสมุด พอออกมาก็มาโผล่แถวต้นเซย์ตากาอาวาดาจิโซวที่ริมฝั่งน้ำ จากนั้นฮาเนอิก็บอกว่าไม่คิดเลยนะว่าจะได้บังเอิญมาเจอยูกับยูริในนี้ ยูริเองก็เช่นกัน จากนั้นฮาเนอิก็ขอตัว ส่วนยูก็ตามไปส่งยูริที่บ้าน

พอมาถึงที่บ้าน ยูก็ยังคงสงสัยว่าหยิบหนังสือมาแค่เล่มเดียวจะใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ยังไงกัน แต่สักพักก็เห็นบ่อน้ำส่องแสงขึ้น ยูริบอกว่าอย่างที่ได้บอกไว้แล้วว่านี่คือแทรเปโซเฮดรอนที่ส่องแสงได้ และมีลักษณะเหมือนกับที่อยู่ในหอสมุดที่ไปมานั้นด้วย

จากนั้นก็มีปลาจำนวนมากมายออกมาจากหนังสือเล่มนั้น ยูตกตะลึงรู้สึกว่าราวกับเป็นเวทมนตร์เลย ยูริขอบคุณที่ยูยอมมาเป็นเพื่อนด้วย และขอโทษที่ทำให้เจอเรื่องยุ่งยากมากมาย เธอบอกว่าถ้ามีอะไรที่จะพอตอบแทนได้ก็บอกมาได้เลย ยูก็ตอบว่าขอแค่เธออยู่เป็นเพื่อนกับเขาแบบนี้ต่อไปก็เพียงพอแล้ว แต่เธอกลับตอบว่าแค่นั้นน่ะยังไม่พอหรอก

 

 

 

 

--------------------

 

 

 

เนื้อเรื่องของยูรินั้นน่าจะยาวกว่าฮาเนอิอยู่พอสมควร เนื่องจากมีปริศนาอยู่เยอะ บางทีอาจไม่จบภายในสองตอนก็ได้

ท่อนต่อไปยังไม่ได้เขียน และคิดว่าอาจจะไม่มีเวลามาเขียนต่อแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งเนื้อเรื่องของยูรินั้นก็ซับซ้อนมาก ถึงตอนนี้ก็ยังมีบางส่วนไม่เข้าใจอยู่เลย การจะทำความเข้าใจจนแปลต่อได้ก็คงกินเวลาอยู่พอดู ยิ่งเนื้อเรื่องช่วงหลังจะเข้าใจยากขึ้นเรื่อยๆ

 

--------------------

 

รวมศัพท์ท้ายตอน
強請る ねだる อ่อนข้อ
物言い ものいい การพูดการจา,การคัดค้าน,การประท้วง(คำตัดสิน),การโต้เถียง
曲解 きょっかい การจงใจตีความบิดเบือน
湾曲 わんきょく คดเคี้ยว,โค้งงอ
場違い ばちがい ไม่เหมาะกับสถานการณ์,ไม่ใช่ผลผลิตจากแหล่งนั้น ๆ
実践 じっせん การปฏิบัติจริง,การนำทฤษฎีมาปฏิบัติจริง
アカハライモリ จิ้งจกน้ำพันธุ์ญี่ปุ่น
猛毒 もうどく พิษที่ทำให้ถึงตาย
テトロドトキシン เทโทรโดท็อกซิน
経口接種 けいこうせっしゅ การหยอดวัคซีน
両生類 りょうせいるい สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
爬虫類 はちゅうるい สัตว์เลื้อยคลาน
水槽 すいそう แท็งก์น้ำ,ถังน้ำ
共通 きょうつう ร่วมกัน
蟻地獄 ありじごく ตัวอ่อนของแมงช้าง
こける หกล้ม,(แก้ม)ตอบ,(ร่างกาย)ผอมลีบ,(บริษัท)ล้ม
どじ สะเพร่า,ผิดพลาด
水浸し みずびたし จมอยู่ในน้ำ
遭遇 そうぐう การเผชิญ(โดยไม่คาดคิด)
神妙 しんみょう เชื่อง,ว่าง่าย,สงบเสงี่ยม,โดยดี
セイタカアワダチソウ ต้นเซย์ตากาอาวาดาจิโซว
囃子 はやし วงออเคสตราญี่ปุ่น

จากที่วันก่อนได้พูดถึงเกมมาชิโระอิโระโนะซิมโฟนีนี้ไปในหน้า ซิมโฟนีสีขาวโพลน(ましろ色シンフォニー) ~ ตัวทดลองเล่น

ตอนนั้นผลโหวตยังไม่เสร็จดี แต่ว่าหลังจากนั้นได้ไม่นานก็ได้โหวตกันเสร็จไป

แน่นอนว่าผลโหวตไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากมื่อตอนนั้น

ที่หนึ่งยังคงเป็นซากุโนะอยู่ไม่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็เป็นไปตามคาด



ตรงนี้ก็เลยยกคำพูดที่คนคอมเมนต์ถึงซากุโนะกันในเว็บที่โหวตเอามาแปลไทยให้อ่านกัน

ข้อความนี้พิมพ์กันไว้ตั้งแต่เมื่อตอนที่ตัวทดลองเล่นเพิ่งแจกให้โหลดกันไปได้ไม่นาน ก่อนเกมจะออกขาย แต่พอดีว่าเพิ่งมีโอกาสเข้าเว็บนั้นไปดูก็เลยเพิ่งได้เห็นอีกรอบ

 

----------------------- ----------------------- -----------------------

ถ้ามีน้องสาวแบบนี้ล่ะก็ คงจะมีความสุขทุกๆวันเลยนา
บรรยากาศเป็นกันเองแบบนั้นล่ะสุดยอด มาเป็นน้องสาวฉันเถอะ!
ไม่ว่ายังไงก็ต้องน้องสาว!!
น่ารักเกินไปแล้ว อยากได้น้องสาวแบบนี้จัง
ซากุโนะอิโระโนะซิมโฟนีเมื่อไหร่จะออกวางขายนะ
เป็นตัวละครน้องสาวที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
แม้ว่าจะแทบไม่เห็นรอยยิ้มเลย แต่พอยิ้มทีก็วิเศษไปเลย
โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นตัวละครน้องสาวหมายเลขหนึ่งเลยล่ะ
ฉันคือพี่ชายของเธอ!!
น้องสาวคือความชอบธรรม!
ให้น้องสาวแบบนี้เกิดมาเนี่ย พาเล็ตต์บาปหนักนะนี่
ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นเด็กแบบไหน พอลองเล่นดูแล้วก็รู้สึกว่าน่ารักที่สุดแล้วก็เลยโหวตให้
น้องสาวที่ทำอาหารเก่งคืออุดมคติของผู้ชาย!! ว่าแต่นางเอกภาคนี้ทุกคนทำอาหารเก่งหมดเลยเนอะ
ตัวละครน้องสาวจะไม่มีวันเสื่อมสลายชั่วนิรันดร์
ซากุโนะสุดยอด! หลงหรักซากุโนะเข้าแล้วเต็มๆ! อยากได้น้องสาวแบบนี้จัง
ทุกคนน่ารักหมด แต่ว่าซากุโนะน่ารักสุดๆ
ซากุโนะจัง... อยากได้น้องสาวแบบนี้ให้มาช่วยเยียวยา
น้องสาวบุญธรรมที่มากด้วยพรสวรรค์! ชอบจังหวะการพูดมากเลย!!
ถ้ามีน้องสาวละก็อยากได้เด็กผู้หญิงแบบซากุโนะจัง
รู้สึกผิดต่อชิงโกะนิดอยู่หรอก... แต่ว่าขอซากุโนะให้ฉันเถอะ!!
อยากได้น้องสาวแบบซากุโนะจัง
ถ้ายกซากุโนะให้ผู้ชายทั่วโลกละก็ โลกคงจะสงบสุขแน่เลย
ทวินเทลนี่ล่ะของชอบ
พี่ชาย!!พี่ชาย ดีจังเลยนะ พี่ชาย!!
ซากุโนะ~~~~~!!!! พี่ชายทั่วโลกจะคอยดูแลเธอเอง
ช่วยทำข้าวเช้าให้ฉันด้วย
ตัวละครน้องสาวน่าจะสุดยอดที่สุดแล้วล่ะ
ไม่ได้ชอบเพราะเป็นน้องสาว ชอบเพราะเป็นซากุโนะต่างหากล่ะ
น้องสาว รอยยิ้มนั้นช่างวิเศษเหลือล้น ถ้าได้เห็นรอยยิ้มนี้ละก็ไม่มีทางที่จะไม่โหวตให้หรอก
สู้ๆ ซากุโนะ~~~~~~~
ได้พ่ายแพ้ให้กับสิ่งที่เรียกว่าน้องสาวเป็นครั้งแรก
ซากุโนะอิโระซิมโฟนี
น้องสาวเหรอ? ไม่ใช่! ไม่ใช่หรอก!! น้องสาวบุญธรรมต่างหากล่ะ!!!
อยากทานอาหารฝีมือซากุโนะ
อยากได้น้องสาวแบบนี้มาเป็นเจ้าสาวจริงๆเลย!!
หลงรักแต่แรกพบ! ยิ่งอยากไปขอแต่งงานด้วยแล้วสิ
อยากได้น้องสาวแบบซากุโนะบ้างจังเลยนา
ชอบน้องสาวที่เป็นกันเองแบบซากุโนะจัง
ซากุโนะ ฉันจะทำให้เธอมีความสุขให้ได้
ขอเพียงได้เห็นรอยยิ้มของซากุโนะก็จะทำให้สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
น้องสาวที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก!

----------------------- ----------------------- -----------------------

 

คงเป็นตัวละครน้องสาวอันดับหนึ่งในใจของใครๆไปอีกนานเลยทีเดียว

ใครอยากรู้ว่าซากุโนะสุดยอดแค่ไหน ต้องไปเล่นเกมกันดู

(แต่เราไม่ได้ชอบเพราะเป็นน้องสาวนะ ชอบเพราะเป็นซากุโนะต่างหาก)

 

กดเพื่อเล่นเพลง

 

ผู้ใช้เวทย์ที่บินไม่ได้(飛べない魔法使い)

เพลงจากเกมชูเพรมแคนดี(しゅぷれ〜むキャンディ 〜王道には王道たる理由があるんです!〜)ที่เพิ่งได้เล่นจบไป

เพลงนี้เป็นเพลงเปิดของเกม ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องพอสมควรทีเดียว

เรื่องราวเกี่ยวกับผู้ใช้เวทย์ที่บินไม่ได้ ซึ่งได้มีกล่าวถึงไปในบทของฮาเนอิที่แปลย่อเอาไว้ในหน้า

>> Supreme Candy - ฮาเนอิ

 

"แม้ว่าจะบินไม่ได้ แต่ก็พยายามที่จะบิน... ไม่ใช่ว่าเพราะรู้ว่าบินได้จึงบิน... แบบนี้ออกจะดูดีกว่าเป็นไหนๆ"

คำกล่าวจากในเนื้อเรื่อง

 

ถ้าเทียบกับในชีวิตจริงละก็ มันสื่อให้เห็นถึงเรื่องของความพยายามนั่นเอง

คนที่ไม่ได้มีความสามารถแต่โดยธรรมชาติ แต่หากมีความพยายามละก็ สักวันก็อาจจะสมหวังในสิ่งที่ปรารถนาได้

หากท้ิอแท้ว่าทำไม่ได้ มันก็อาจจะไม่ได้ไปตลอด

 

แจ๊กในเรื่องนั้นมีนิสัยชอบคนที่มีความมุ่งมั่น ความพยายาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดูแล้วน่าชื่นชม

แม้จะไม่เก่ง แต่หากมีความพยายาม มันก็อาจจะดูดีกว่าคนที่เก่งโดยที่ไม่ต้องพยายามอะไรก็เป็นได้

ผู้ใช้เวทย์ที่บินไม่ได้ในเรื่องนี้ก็มีความหมายถึงคนที่ไม่มีความสามารถแต่มีความพยายามนั่นเอง

 

สำหรับฉากเพลงเปิดของเกมนี้มีอยู่สองแบบด้วยกัน

แบบแรกปรากฏขึ้นตอนเริ่มเกม ซึ่งจะยังไม่สมบูรณ์ นั่นเพราะจะไม่มีจาโกะซึ่งเป็นตัวละครลับอยู่ในนี้ด้วย เขาคงกะให้เป็นตัวละครลับไปตลอดจนกว่าจะเล่นครบ ๖ คนจริงๆ

 

และ แบบที่สองจะโผล่มาเมื่อกำลังจะเข้าสู่บทของจาโกะ นั่นคือหลังจากที่เราจบเนื้อเรื่องของทั้ง ๖ คนหลักเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเป็นแบบสมบูรณ์มีจาโกะอยู่ด้วย และสลับลำดับตัวละครขึ้นมา ซึ่งจะทำให้รู้ว่าตัวละครที่เด่นที่สุดจริงๆก็คือยูริ แทนที่จะเป็นฮาเนอิ

 

สำหรับตัวเพลงเต็มๆในยูทูบก็อันนี้เลย http://www.youtube.com/watch?v=t34LjtdveC8

 

飛べない魔法使(โทเบไนมาโฮวทสึไก = ผู้ใช้เวทย์ที่บินไม่ได้)

歌:やなぎなぎ(ร้องโดย : ยานางิ นางิ)

 

青空見つめる 君のその瞳
明るい 光満ちて

小さなその手がつかんだ魔法は
飛ぶことさえできない
ดวงตาของเธอที่แหงนมองฟ้าครามอยู่นั้นช่างเปี่ยมด้วยแสงสว่าง
เวทมนตร์ที่มีอยู่ในมือเล็กๆนี้ ไม่อาจแม้แต่จะบินได้

飛べない魔法 空は遥か遠くに
それでも君は 青空へと駆け出す

เวทมนตร์ที่บินไม่ได้ ท้องฟ้าก็ไกลออกไป ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงวิ่งทะยานออกไปยังฟ้าคราม

広がる世界は遥か彼方まで
駆けてゆくよ ただひたすら

小さなその背は 遠く遠く
そのては ふれたんだ 夢の魔法

วิ่งไกลออกไป จนถึงยังฟากโน้นที่ห่างไกลในโลกอันกว้างใหญ่ เพียงแค่มุ่งมั่น
ร่างเล็กๆนั้นได้ห่างไกลห่างไกลออกไป
แล้วมือนั้นก็ได้สัมผัสถึง เวทมนตร์แห่งความฝัน

行く手に大きな壁が聳え立つ
それでも 駆けてゆくよ
越えない魔法が君を駆り立てて 君は壁を越えてく

เป้าหมายนั้นมีกำแพงสูงใหญ่ตระหง่านอยู่
ถึงอย่างนั้นก็จะยังวิ่งออกไป

เผชิญกับเวทมนตร์ที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ และเธอก็ค่อยๆก้าวข้ามกำแพงออกไป

夢見る魔法 飛べるはずはないけど
それでも君は 思いのまま駆けてく

เวทมนตร์ที่ฝันถึงนั้น แม้ว่าจะไม่อาจจะบินได้ แต่เธอก็ได้วิ่งไปตามดั่งใจ

輝く世界は遥か彼方まで
手を広げて 風を浴びて
果てない青空 その先には
明るく 暖かい望みのまち

สู่โลกที่เปล่งประกายอยู่ห่างไกล กางแขนออกและรับลม
เบื้องหน้า ณ ท้องฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้น คือเส้นทางแห่งความปรารถนาที่อบอุ่นและสดใส

ひたすらかける
君の背中が
心に響くいつもどこまでも
導いてく広い空へ

溢れる思いよ 届け すぐに 
その時 触れたんだ 夢の魔法

แผ่นหลังของเธอที่วิ่งไปอย่างไม่ย่อท้อนั้น
ก้องกังวานอยู่ภายในใจเสมอไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
สู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่จะนำพาไป

เมื่อส่งถึงความรู้สึกที่เปี่ยมล้น
ในตอนนั้นจึงได้สัมผัส เวทมนตร์แห่งความฝัน